แลหน้า
  • Sunday, January 22, 2017
    20:29
    cnbc.com รายงานข่าวการใช้งบประมาณด้านสาธารณสุขของกลุ่มประเทศ OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) ซึ่งสมาชิกล้วนเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยระบุถึงรายงานที่ชื่อว่า "Tackling Wasteful Spending on Health" ของ OECD ซึ่งเปิดเผยเมื่อวันที่ 10 มกราคมว่า ได้ชี้ให้เห็นความจริงที่น่าตื่นตะลึงว่า ตัวเลขการสูญเปล่าของงบประมาณสาธารณสุขในกลุ่มประเทศ OECD นั้นสูงถึงร้อยละ 20 ขณะที่ตัวเลขการสูญเปล่าในสหรัฐอเมริกาถีบตัวขึ้นไปสูงกว่าร้อยละ 20 ของรายจ่ายสุขภาพสุทธิ โดยข้อมูลดังกล่าวได้หยิบยกมาหารือบนโต๊ะประชมรัฐมนตรีสาธารณสุข OECD ที่กรุงปารีสระหว่างวันที่ 16-17 มกราคมที่ผ่านมา    
    2017-01-22, 20:29
  • Friday, January 20, 2017
    08:56
    จากได้นำเสนอประเด็นการขาดแคลนแพทย์ใน จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากแพทย์ที่เพิ่งเรียนจบและทำงานในโรงพยาบาลประจำจังหวัดได้ 1 ปีและต้องลงไปประจำโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) ในปีต่อไป ได้ลาออกเป็นจำนวนมาก ทำให้โรงพยาบาลชุมชนบางแห่งประสบปัญหา มีแพทย์ประจำโรงพยาบาลเพียงคนเดียว ไปเมื่อเร็วๆ นี้นั้น เพื่อสะท้อนมุมมองที่หลากหลาย นำไปสู่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อแก้ไขปัญหา Hfocus.org จึงได้สัมภาษณ์ นพ.แมนวัฒน์ โชคสุวัฒนสกุล สูติแพทย์ รพ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ในฐานะหมอรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ในระบบราชการนานกว่าสิบปี และอยู่ใน Generation ใกล้เคียงกับแพทย์จบใหม่
    2017-01-20, 08:56
  • Wednesday, January 04, 2017
    15:57
    ตลอดปี 2559 นับเป็นอีกปีหนึ่งที่มีความเคลื่อนไหวด้านสาธารณสุขและระบบสุขภาพประเทศที่สำคัญ ซึ่งมีหลายเหตุการณ์ที่น่าสนใจและยังคงต้องติดตามต่อเนื่องในปีต่อไป สำนักข่าว Health focus จึงได้ไล่เรียงสรุป 10 ประเด็นเด่น ประเด็นร้อน เพื่อนำเสนอต่อท่านผู้อ่านได้ย้อนหลังเหตุการณ์ต่างๆ ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งข่าวดีผลสำเร็จยุติติดเชื้อ HIV จากแม่สู่ลูกได้ที่ 1 ของเอเชีย และที่ 2 ของโลก เรื่องวุ่นๆ กับข้อเสนอจากกระทรวงการคลังที่มีความคิดให้บริษัทประกันเอกชนคุมค่ารักษาข้าราชการ ไปจนถึงเรื่องส่งท้ายปี ร่างกฎหมายคุมการตลาดนมผง ที่เป็นเรื่องเมื่อมีกรรมการแพทยสภาแถลงว่าเป็นกฎหมายสุดโต่ง ทำร้ายเด็กไทย ขณะที่ข้อเสนอเพื่อการปรับปรุงบัตรทองที่ฮึ่มๆ กันมาหลายปี จนปีนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะออกมาในรูปแบบไหน
    2017-01-04, 15:57
  • Tuesday, December 27, 2016
    13:25
    ปัจจุบันโรคภัยอันเกิดจากวิถีชีวิตเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดความเสียหายด้านสาธารณสุขในหลายประเทศเช่นเดียวกับประเทศไทย และความพยายามในการขับเคลื่อน ชุมชนสุขภาวะ อย่างกว้างขวางในประเทศไทยก็นับว่าคล้ายคลึงกับการขับเคลื่อนเรื่อง เมืองสุขภาพดี ในประเทศอังกฤษเพื่อแก้ปัญหาด้านสาธารณสุข เว็บไซต์บีบีซี เปิดเผยว่าปัญหาสุขภาพอันเนื่องมาจากอาหาร เหล้า และบุหรี่สร้างความเสียหายต่อระบบบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ หรือ NHS ปีละกว่า 11,000 ล้านปอนด์ (ราว 494,506 ล้านบาท) โดยสำนักงานสาธารณสุขอังกฤษ (PHE) เตือนว่า NHS จะไม่สามารถให้บริการอย่างทั่วถึงหากยังไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหากลุ่มโรคเรื้อรัง
    2016-12-27, 13:25
  • Monday, December 12, 2016
    15:56
    จากปัญหาสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลที่ซ้ำเติมความทุกข์ให้กับผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล ตลอดบุคลากรสาธารณสุขที่นำเสนอในตอนที่แล้ว นำมาสู่คำถามที่ว่า “แล้วความทุกข์ที่เกิดขึ้นนี้ โรงพยาบาลจะสามารถทำอะไรได้บ้าง” จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ “โครงการวิจัยการออกแบบสภาพแวดล้อมสถานพยาบาลเพื่อเอื้อต่อการเยียวยา” เพื่อสำรวจสภาพสิ่งแวดล้อมสถานพยาบาล และรูปแบบการออกแบบโครงสร้าง การจัดองค์ประกอบภายในอาคาร การจัดภูมิสถาปัตยกรรมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ด้วยแนวคิด “สิ่งแวดล้อมเพื่อการเยียวยา-Healing Environment” 
    2016-12-12, 15:56
  • Tuesday, December 06, 2016
    21:28
    แม้เพียงความเจ็บป่วยเล็กน้อย ไม่ว่าด้วยโรคอะไรก็ตาม ย่อมเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดความทุกข์ สถานที่ที่จะช่วยลดความทุกข์และเยียวยาความเจ็บป่วยก็คือโรงพยาบาลนั่นเอง แต่ในความเป็นจริงการไปโรงพยาบาลเพื่อรับบริการแต่ละครั้ง แทนที่จะช่วยลดความทุกข์ กลับพบว่าก่อให้เกิดความทุกข์เพิ่มขึ้น ไม่เฉพาะแต่ผู้ป่วย ยังรวมถึงญาติพี่น้องผู้พาไปอีกด้วย ส่วนหนึ่งมาจากสภาพแวดล้อมภายในโรงพยาบาล นอกจากไม่เอื้ออำนวยความสะดวกในการรับและให้บริการแล้ว ยังมีบรรยากาศแห่งความวุ่นวาย สับสน อึดอัด และกดดัน นำมาสู่ภาวะความเครียดของผู้รับบริการ ซึ่งปัญหาเหล่านี้กลายเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ให้เพิ่มขึ้นนั่นเอง 
    2016-12-06, 21:28
  • Friday, November 25, 2016
    23:05
    การพัฒนารูปแบบการให้บริการสุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติ ทั้งระบบสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ (Benefit packages) และการบริหารกองทุนของแรงงานข้ามชาตินั้น นับเป็นเรื่องสำคัญที่ภาครัฐควรปรับปรุงนโยบายด้านสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมสำหรับระบบสุขภาพแรงงานข้ามชาติทั้ง 2 ระบบ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างระบบสุขภาพของประชากรต่างด้าวในประเทศไทย จากรายงานการศึกษาของขนิษฐา ภูสีมุง เรื่อง “การเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์และการบริหารกองทุนของแรงงานข้ามชาติในระบบประกันสังคมและกองทุนผู้ประกันตนคนต่างด้าว” มีข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนารูปแบบการให้บริการสุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติ ดังนี้ ข้อเสนอเพื่อพัฒนาระบบประกันสังคมสำหรับแรงงานข้ามชาติ ขอบเขตและเงื่อนไขความคุ้มครอง ควรปรับปรุงพัฒนาด้านขอบเขตและเงื่อนไขความคุ้มครองของผู้ประกันตนแรงงานข้ามชาติให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและการทำงานของแรงงานข้ามชาติ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับเงื่อนไขการจ้างงานและระยะเวลาที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
    2016-11-25, 23:05
  • Thursday, November 24, 2016
    16:08
    รายงานการศึกษาเรื่อง “การเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์และการบริหารกองทุนของแรงงานข้ามชาติในระบบประกันสังคมและกองทุนผู้ประกันตนคนต่างด้าว” ได้เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ (Benefit packages) และการบริหารกองทุนของแรงงานข้ามชาติ 2 ระบบที่บริหารจัดการโดยภาครัฐ ได้แก่ ระบบประกันสังคม และกองทุนผู้ประกันตนคนต่างด้าว โดยใช้สิทธิประโยชน์ของระบบบัตรทองมาเป็นข้อมูลพื้นฐานในการเปรียบเทียบ (base line) เพื่อค้นหาช่องว่างความเหลื่อมล้ำ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมสำหรับระบบสุขภาพแรงงานข้ามชาติทั้ง 2 ระบบ โดยไม่มีข้อจำกัดทางการเงินการคลังหรือข้อจำกัดด้านสถานะบุคคล
    2016-11-24, 16:08
  • Wednesday, November 23, 2016
    11:48
    ปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันว่านโยบายด้านสุขภาพนั้น รัฐมีนโยบายให้การบริการสุขภาพครอบคลุมประชากรทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศโดยไม่เลือกปฏิบัติ ในส่วนบริการสุขภาพของแรงงานข้ามชาติหรือประชากรต่างด้าวนั้นดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี โดยอยู่ภายใต้การประกันสุขภาพ 2 ระบบคือ 1.ระบบประกันสังคม บริหารจัดการโดยสำนักงานประกันสังคม และ 2.กองทุนผู้ประกันตนคนต่างด้าว บริหารจัดการโดยกลุ่มประกันสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ในการให้บริการสุขภาพครอบคลุมทั้งการตรวจสุขภาพประจำปี รักษาพยาบาล สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค รวมทั้งการเฝ้าระวังโรค ซึ่งทั้ง 2 ระบบถูกกำหนดให้ดูแลประชากรกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกันรวมถึงการบริหารจัดการกองทุนที่แตกต่างกัน  
    2016-11-23, 11:48
  • Tuesday, November 22, 2016
    12:58
    ปัญหาระบบสุขภาพของแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยใน 31 จังหวัดชายแดน พบว่าเกือบทั้งหมดเมื่อเจ็บป่วยจะไปรับบริการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลของรัฐตามแนวชายแดน ซึ่งบางส่วนไม่มีหลักประกันสุขภาพจึงไม่สามารถจ่ายเงินค่ารักษาได้ ทำให้โรงพยาบาลของรัฐต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่ไม่สามารถเรียกเก็บได้จากแรงงานข้ามชาติส่งผลให้ภาระการเงินของโรงพยาบาลติดลบ
    2016-11-22, 12:58
  • Monday, November 21, 2016
    19:31
    รายงานการศึกษาเรื่อง “สถานการณ์ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชากรต่างด้าว ใน 31 จังหวัดชายแดน ปีงบประมาณ 2558” ของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้ให้เห็นผลกระทบจากภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชากรข้ามชาติ
    2016-11-21, 19:31
  • Sunday, November 20, 2016
    22:06
    เป็นที่ทราบกันว่า การเข้าถึงบริการสุขภาพของรัฐสำหรับผู้อพยพในสหรัฐอเมริกานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายดาย แม้ผู้คนเหล่านี้ต่างทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้แก่เมืองและรัฐที่พวกเขาอาศัยอยู่คิดเป็นมูลค่าไม่น้อย เว็บไซต์เดอะนิวยอร์กไทมส์ เผยว่ากฎหมายประกันสุขภาพ (Affordable Care Act) ทำให้ชาวอเมริกันราว 20 ล้านคนเข้าถึงประกันสุขภาพ เว้นก็แต่กลุ่มผู้อพยพไร้เอกสารสิทธิเพียงกลุ่มเดียว ทว่าสมาชิกสภาของรัฐแคลิฟอร์เนียมีแผนแก้ไขปัญหานี้ด้วยการเปิดทางให้ผู้อพยพสามารถซื้อประกันสุขภาพของรัฐได้โดยไม่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลกลาง ซึ่งนับเป็นแนวคิดที่ดีและควรได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา
    2016-11-20, 22:06
  • Sunday, November 20, 2016
    10:17
    การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของประเทศมีการขยายตัวมากขึ้น ส่งผลให้แรงงานข้ามชาติจำนวนมากจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานในประเทศไทย รวมทั้งจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา แต่จากการขาดมาตรการรองรับที่ดีและการบังคับใช้กฎหมายที่เพียงพอ ทำให้เกิดปัญหาสาธารณสุข อาทิ การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ และสถานบริการสาธารณสุขของรัฐต้องจัดบริการรองรับแก่แรงงานข้ามชาติเพิ่มมากขึ้น สำนักข่าว Hfocus จะนำเสนอสถานการณ์ปัญหาเพื่อนำไปสู่การจัดระบบรองรับตามหลักสิทธิมนุษยชน 
    2016-11-20, 10:17
  • Monday, November 14, 2016
    13:51
    เป็นครั้งแรกของสำนักประสานราชวิทยาลัยการแพทย์สหราชอาณาจักรออกมาเตือนภายหลังรายงานการศึกษาวิจัยฉบับหนึ่งชี้ว่าแพทย์มักส่งตรวจเอ็กซ์เรย์ สแกน และจ่ายยาไปทั้งที่รู้ดีว่าไม่ได้ประโยชน์อะไร โดยรายงานระบุว่า แพทย์ 6 ใน 10 รายพิจารณาการรักษาโดยไม่จำเป็นเนื่องจากความกังวลต่อข้อบังคับทางกฎหมาย และจำนวนมากยอมรับว่าส่งตรวจและสั่งจ่ายยาเพราะได้รับแรงกดดันจากผู้ป่วย        
    2016-11-14, 13:51

ความคิดเห็นล่าสุด

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

กลับด้านบน