สธ.เติมงบพิเศษ รพ.ปริมณฑล 5 จังหวัด ‘รพ.จตุรทิศ’ ด่านหน้าลดส่งต่อเข้า กทม.

Fri, 2019-11-22 14:46 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กระทรวงสาธารณสุข เร่งพัฒนาโรงพยาบาลจตุรทิศใน 5 จังหวัดปริมณฑล เติมงบพิเศษ เพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลทั้งจังหวัด ตั้งเป้าภายใน 3 เดือน จำนวนผู้ป่วยนอกไม่เพิ่ม ลดระยะเวลารอคอยได้ชัดเจน แก้ปัญหาผู้ป่วยล้นเตียง ลดความแออัดและการส่งต่อเข้า กทม.

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 ที่โรงพยาบาลปทุมธานี จ.ปทุมธานี นางสาวเรวดี รัศมิทัต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 4 และคณะ ตรวจเยี่ยมติดตามการพัฒนาโรงพยาบาลจตุรทิศ โดยปทุมธานีเป็น 1 ใน 5 จังหวัดปริมณฑลที่ต้องได้รับการพัฒนาเป็นด่านหน้าลดความแออัดและการส่งต่อเข้า กทม.

นางสาวเรวดี กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความแออัดในโรงพยาบาลรอบปริมณฑลที่มีคนไข้นอกแต่ละวันจำนวนมาก เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับบริการที่ดี ลดแออัด ลดรอคอย ลดส่งต่อ ด้วยแนวคิดพัฒนาโรงพยาบาลจตุรทิศใน 5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม ให้มีความพิเศษแตกต่างจากโรงพยาบาลในต่างจังหวัดทั่วๆ ไป เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาความแออัดในโรงพยาบาลทุกระดับ ส่วนหนึ่งมาจากการเป็นพื้นที่ที่มีการเคลื่อนย้ายประชากรสูง โดยเกือบร้อยละ 50 ของผู้รับบริการเป็นคนนอกพื้นที่ โรงพยาบาลต้องรับภาระหนัก หากไม่มีการจัดระบบรองรับที่ดีจะเกิดปัญหาทั้งความแออัด ระยะเวลารอคอยรักษา และที่สำคัญผู้ป่วยล้นต้องถูกส่งต่อเข้าไปที่โรงพยาบาลใน กทม.

“โรงพยาบาลใน 5 จังหวัดทุกแห่งต้องได้รับงบอัดฉีดพิเศษลงไปเพิ่มเติม เป็นการพัฒนาเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลทั้งจังหวัด เพื่อดูแลประชาชนได้โดยไม่ต้องส่งต่อ ครอบคลุมทั้งคนในพื้นที่ตามทะเบียนราษฎร์และคนต่างถิ่นที่เข้ามาทำงาน” นางสาวเรวดี กล่าว

ด้าน นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โครงการพัฒนาโรงพยาบาลจตุรทิศ เป็นการพัฒนาต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาที่เรื้อรังมานานในระบบบริการ ในเรื่องการลดความแออัด ลดระยะเวลารอคอย การไม่มีเตียงนอนเพียงพอกับจำนวนผู้ป่วย โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่มกราคม 2563 ตั้งเป้าภายใน 3 เดือน จำนวนผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลใน 5 จังหวัดต้องไม่เพิ่ม ลดระยะเวลารอคอยตั้งแต่เริ่มทำบัตรจนถึงรับยากลับบ้าน และที่สำคัญการไม่มีปัญหาผู้ป่วยล้นเตียง อัตราการครองเตียงอยู่ที่ร้อยละ 90 โดยนำระบบไอที ระบบโลจิสติกส์ การคิดค้นนวตกรรม มาช่วย เป็นต้น

ทั้งนี้ ในระยะสั้นจะได้จัดสรรงบเหลือจ่ายปีงบประมาณ 2563 ให้โรงพยาบาลทั้ง 5 จังหวัด เพื่อลงทุนในเรื่องครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ระยะต่อไปจะผลักดันให้เป็นโครงการพิเศษเพื่อให้มีการพัฒนาต่อเนื่อง เป็นด่านหน้ามีศักยภาพเพียงพอที่จะดูแลประชาชนในเขตปริมณฑลได้ทุกระบบ ลดการส่งต่อ และช่วยลดความแออัด ด้วยการรับส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลใน กทม.

Comments

Submitted by ต้องพัฒนาทศทิศ on
การพัฒนาระบบบริการรักษาพยาบาลของรัฐ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับบริการที่ดี ลดแออัด ลดรอคอย ลดส่งต่อ ด้วยแนวคิดพัฒนาโรงพยาบาลจตุรทิศในแค่ 5 จังหวัดปริมณฑล เติมงบพิเศษ เพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลทั้งจังหวัด มันแก้ปัญหาของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้หรอกครับแถมยังสร้างความเหลื่อมล้ำระหว่างคนในกรุงเทพปริมณฑลกับคนต่างจังหวัดชายขอบไกลปืนเที่ยง ....... ที่กระทรวงสาธารณสุขควรจะมีนโยบายอย่างชัดเจนก็คือ เติมงบประมาณอย่างเพียงพอต่อการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ทั่วประเทศในอำเภอที่มีประชากรตั้งแต่ 50,000 คนขึ้นไป ให้มีศักยภาพเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาดไม่น้อยกว่า 200 เตียง ตัวอย่างโรงพยาบาลชุมชนที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาแนวทางดังกล่าวก็เช่น โรงพยาบาลตะกั่วป่าขนาด 200 เตียง (มีประชากรในเขตอำเภอประมาณ 40,000 กว่าคน) หรือที่โรงพยาบาลสิชลขนาด 300 เตียง ที่อำเภอสิชล(มีประชากรในเขตประมาณ 80,000 กว่าคน)ต้นแบบ รพ.พึ่งตนเอง เพิ่มรักษาโรคเฉพาะทางอำนวยความสะดวก สร้างรายได้ลดระยะเวลารอคอยได้ชัดเจน แก้ปัญหาผู้ป่วยล้นเตียง ลดความแออัดและลดการส่งต่อเข้าโรงพยาบาลประจำจังหวัด. https://www.hfocus.org/content/2019/11/18001 หรือจะแปรรูปโรงพยาบาลชุมชนในอำเภอขนาดใหญ่ทั่วประเทศออกนอกระบบราชการไปเป็นโรงพยาบาลองค์การมหาชน เช่นเดียวกับโรงพยาบาลบ้านแพ้ว(องค์การมหาขน) จังหวัดสมุทรสาคร ก็น่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลชุมชนและใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ดังกล่าวได้ดี ....... "17 ปี ‘รพ.บ้านแพ้ว’ บทพิสูจน์ ‘รพ.ออกนอกระบบ’ https://www.hfocus.org/content/2016/07/12446

Submitted by เรียน รมว.สธ. on
นโยบายในการแก้ปัญหาลดความแออัดและลดเวลาลารอคอยในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาลทั่วไปประจำจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ด้วยการพัฒนาศักยภาพและขยายโรงพยาบาลชุมชนประจำอำเภอขนาดใหญ่ต่าง ๆ ทั่วประเทศที่มีประชากรในอำเภอนั้น ๆ ตั้งแต่ 5 หมื่นคนขึ้นไป ให้มีศักยภาพเป็นโรงพยาบาลทั่วไป และสามารถหารายได้เลี้ยงตัวเองได้ อย่างโรงพยาบาลสิชล นครศรีธรรมราช นับเป็นต้นแบบของนโยบายการลดความแออัดและลดเวลารอคอยได้อย่างแท้จริง........ ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขช่วยทำนโยบายนี้ให้เป็นจริงหน่อยครับ

Add new comment