อย.จับมือสภาเภสัชกรรม เดินหน้าพัฒนาวิชาชีพ ‘เภสัชกร’

Thu, 2019-12-05 13:07 -- hfocus
Print this pagePrint this page

อย.หารือร่วม สภาเภสัชกรรม ขับเคลื่อนยกระดับวิชาชีพเภสัชกรในร้านขายยา มุ่งดูแลสุขภาพประชาชนให้คำปรึกษาด้านสุขภาพถึงชุมชน พร้อมหาแนวทางเพิ่มเติมสนับสนุนนโยบายโครงการรับยาใกล้บ้าน เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล

นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า รศ.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม และทีมงาน เข้าประชุมหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติงานร่วมกันในการยกระดับวิชาชีพเภสัชกรในร้านขายยาในทุกมิติ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีกฎกระทรวงสาธารณสุข การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2556 มีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2557 กฎกระทวงฉบับนี้เป็นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการในร้านขายยา สอดคล้องกับแนวคิดสากลเกี่ยวกับมาตรฐานวิธีการปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรม (Good Pharmacy Practice : GPP)

ซึ่งนอกจากจะเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยให้ผู้ที่มารับบริการในร้านขายยาและการตอบสนองสิทธิผู้บริโภคยาแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการร้านขายยาในประเทศ ปรับตัวและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การแข่งขันด้านบริการในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือเกี่ยวกับการยกระดับการดูแลสุขภาพประชาชนในชุมชน โดยการจัดทำข้อมูลสุขภาพชุมชนและให้การดูแลอย่างเป็นมิตร มีเภสัชกรประจำร้านยาตลอดเวลา และให้คำปรึกษาด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด เรียกว่า มาตรฐาน GPP+ ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นกว่าของร้านขายยาของประชาชน

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมร่วมกับสภาเภสัชกรรมในครั้งนี้ ยังได้ร่วมกันหาแนวทางเพิ่มเติมในการสนับสนุนนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในโครงการรับยาใกล้บ้าน เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นโครงการที่ประชาชนให้ความสนใจและ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถลดเวลาการใช้บริการในสถานพยาบาลของรัฐลงได้ รวมทั้งยังร่วมกันพิจารณาการจัดประเภทยาให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ทำให้โครงสร้างระบบยาของประเทศมีความเข้มแข็งมากขึ้น เป็นการสร้างกลไกการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขของประเทศ โดยการมีส่วนร่วมของภาครัฐและภาคเอกชน โดยความร่วมมือของทั้ง 2 หน่วยงานจะทำให้ผู้ป่วยและประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่ง อย. และสภาเภสัชกรรมจะได้ร่วมประชุมหารือรายละเอียดต่าง ๆ ในโอกาสต่อไป

Comments

Submitted by ผลิตยาแผนปัจจบัน on
ท่านเภสัชกรยิบซี ศาสตราจารย์พิเศษ เภสัชกรหญิง กฤษณา ไกรสินธุ์ เป็นเป็นเภสัชกรชาวไทยผู้ริเริ่มการวิจัยและพัฒนายาต้านเอดส์จนสามารถผลิตยาสามัญชื่อ "ยาเอดส์" ได้เป็นครั้งแรกในประเทศกำลังพัฒนา นับเป็นต้นแบบของการวิจัยและพัฒนาทางด้านเภสัชกรรมในการผลิตยาแผนปัจจุบันในประเทศกำลังพัฒนาเพื่อลดการนำเข้ายาราคาแพงจากต่างชาติ ซึ่งก็ควรจะเป็นแนวทางการพัฒนาวิชาชีพเภสัชกรรมที่ควรได้รับการสืบสานและต่อยอดโดยหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐไม่ว่าจะเป็นสภาเภสัชกรรม องค์การเภสัชกรรม อย. ที่มีหน้าที่ในการวิจัยพัฒนาและผลิตยาแผนปัจจุบันตำรับใหม่ ๆ ต่าง ๆ เพื่อความมั่นคงทางด้านยารักษาโรคของชาติและเพื่อลดการนำเข้ายาราคาแพงจากต่างประเทศ

Submitted by พัฒนาสมุนไพร on
ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร แม่หมอสมุนไพร “อภัยภูเบศร” แห่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ปราจีนบุรี ได้ทำการวิจัยและพัฒนาผลิตยาจากสมุนไพร จากภูมิปัญญาไทย จากหมอยาพื้นบ้าน จนเป็นที่ยอมรับในระดับชาติและต่างประเทศ เพื่อลดการนำเข้ายาฝรั่งราคาแพง ก็ถือเป็นต้นแบบในการพัฒนาวิชาชีพเภสัชกร เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่หน่วยงานทางเภสัชกรรมระดับชาติ เช่นคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยต่าง ๆ สภาเภสัชกรรม อย. องค์การเภสัชกรรม ฯลฯ ควรจะร่วมกันพัฒนาต่อยอดให้มีความก้าวหน้าและยั่งยืนตลอดไป

Submitted by เอากระดูกมาแขวนคอ on
อีกงานหนึ่งที่เป็นงานสำคัญไม่น้อยที่แม้กฎหมายก็ไม่ได้บัญญัติไว้โดยตรงชัดเจนว่าต้องเป็นหน้าที่ของวิชาชีพเภสัชกรเท่านั้น คืองานคุ้มครองผู้บริโภคทางด้านสาธารณสุข ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคหลาย ๆ ฉบับ เช่น พรบ.ยา พรบ.อาหาร. พรบ.เครื่องสำอาง พรบ.ยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ฯลฯ แต่เมื่อไปดูในเนื้องานในระดับผู้ปฏิบัติก็จะเห็นได้ชัดเจนว่า "พนักงานเจ้าหน้าที่" ตามกฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคฉบับต่าง ๆ ดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นเภสัชกร ดังนั้นสภาเภสัชกรรม อย. คณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ควรจะร่วมมือกันพัฒนาวิชาชีพเภสัชกรผู้ทำหน้าที่ "พนักงานเจ้าหน้าที่"ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคทางด้านสาธารณสุขให้เป็นมืออาชีพ มีความเป็นอิสระอย่างชัดเจน ไม่ถูกครอบงำโดยวิชาชีพอื่น และควรจะได้รับสวัสดิการค่าตอบแทนพิเศษต่าง ๆ จากรัฐ เช่นเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ๆ ของรัฐ เช่น พนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจ หรืออัยการ

Submitted by ใครๆก็อยากขายยา on
สำหรับบทบาทหน้าที่สำคัญของเภสัชกรในการให้บริการจ่ายยาให้ประชาชนคนเจ็บป่วย การให้คำแนะนำในการใช้ยาแก่ประชาชน ผมมองว่าบทบาทนี้มีความสำคัญมาก แต่ตราบใดที่หลาย ๆ วิชาชีพทางด้านสุขภาพยังอยากขายยา ยังอยากจ่ายยา ยังไม่สามารถแยกอำนาจบทบาทหน้าที่ระหว่างผู้สั่งยา และผู้จ่ายยาให้ชัดเจน ยังไม่มีการตรวจสอบและคานอำนาจระหว่างผู้สั่งยาและผู้จ่ายยาอย่างจริงจังชัดเจนอย่างระบบสากลในประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน่วยบริการภาคเอกชนคลินิกต่าง ๆ ร้านขายยาต่าง ๆ การพัฒนาบทบาททางด้านนี้ของวิชาชีพเภสัชกรจึงมีข้อจำกัดมากพอสมควร ปัญหาการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุสมผล ปัญหาเชื้อดื้อยา นับวันก็มีแต่น่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามอัตราการเติบโตปีละเกือบ 10 %ของตลาดการค้ายารักษาโรคในประเทศไทย

Submitted by รับาร้านยาใกล้บ้าน on
นโยบายรับยาจากร้านยาใกล้บ้าน ก็น่าจะได้ประโยชน์กันหลายฝ่าย ---- นักการเมือง, สปสช. และ กระทรวงสาธารณสุขก็พอจะได้มีคำตอบให้กับประชาชนว่าได้มีนโยบายแก้ปัญหาวิกฤตความแออัดยัดเยียดของผู้ป่วยในดรงพยาบาลของรัฐแล้ว ด้วยการให้ประชาชนไปรับยาที่ร้านยาใกล้บ้าน ส่วนจะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ได้มากน้อยแค่ไหนก็ต้องตามดูกันต่อไป ------- ร้านขายยา นอกจากจะได้รับค่าตอบแทนหัวละ 70 บาทแล้ว ก็ยังอาจจะได้มีโอกาสสร้างคอนเน็คชั่นเพิ่มจากผู้ป่วยที่มารับยาที่ร้านยา หากผู้ป่วยเหล่านั้นเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อยๆ ด้วยโรคอื่น ๆ ก็อาจจะกลับมาซื้อยากินเองที่ร้านยาดังกล่าวโดยไม่ต้องไปโรงพยาบาล ลดความแออัดที่โรงพยาบาล ลดรายจ่ายของโรงพยาบาล ร้านยาก็มีโอกาสมีรายได้เพิ่มจากการซื้อยาอื่น ๆ กินเองของผู้ป่วยอีกทางหนึ่ง ---------คนไข้ที่รับยาจากร้านยาก็จะได้รับการดูแลด้านยาจากเภสัชกรอย่างละเอียดมากขึ้น -------- ประเด็นที่ควรจะร่วมกันพัฒนาเพิ่มเติมก็น่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาความรู้ ทักษะ ความเชี่ยวชาญของเภสัชกรร้านยาในเรื่องการตรวจและติดตามอาการของโรคที่รับยาจากร้านยาอย่างลึกซึ้งพอสมควร รวมถึงความรู้ทักษะการตรวจวินิจฉัยโรคง่าย ๆ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย .

Add new comment