ขอบคุณรัฐบาลบรรจุตำแหน่ง ขรก.กรณีสู้โควิด-19 พร้อมขอปฏิรูประบบ สร้างขวัญกำลังใจทุกกลุ่ม

Mon, 2020-04-13 19:16 -- hfocus
Print this pagePrint this page

เครือข่ายบุคลากรสาธารณสุข 31 องค์กรขอบคุณรัฐบาลบรรจุตำแหน่งข้าราชการกรณีสู้โควิด-19 พร้อมขอปฏิรูประบบสาธารณสุข สร้างขวัญกำลังใจทุกกลุ่ม

วันที่ 13 เม.ย. 2563 เครือข่ายบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข 31 องค์กร เรียกร้องการปฏิรูปฯ ที่เป็นธรรม 31 องค์กร ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2/2563 ขอบพระคุณรัฐบาลที่ดำเนินการบรรจุบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข และข้อเสนอเพื่อการปฏิรูประบบสาธารณสุข และสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขทุกกลุ่ม ที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

โดยสาระสำคัญ คือ การแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ดังกล่าวในประเทศไทย ทำให้เกิดวิกฤติการณ์ต่างๆ ในสังคมไทย และส่งผลกระทบต่อการทำงานของบุคลากรกระทรวงสาธารณสุขที่ทำงานด่านหน้าทั้งในโรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (สถานีอนามัย) สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานควบคุมป้องกันโรค ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือตามด่านชายแดน และบุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานตามกรม กอง ต่างๆ รวมถึงการดำเนินงานของฝ่ายสนับสนุน (back office) ทุกสายงานในหน่วยงานสาธารณสุขทุกระดับ ซึ่งต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อการดูแลรักษาพยาบาล งานในห้องปฏิบัติการ งานทางระบาดวิทยา งานอนามัยชุมชน การคัดกรอง กักกัน งานส่งเสริมสุขภาพ การส่งต่อผู้ป่วย การเยียวยาและการฟื้นฟูสภาพ และการสื่อสารข้อมูลสถานการณ์โรคที่ถูกต้องแก่ประชาชนเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) นั้น

เครือข่ายบุคลากรกระทรวงสาธารณสุขฯ ขอขอบพระคุณรัฐบาล คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างสูง ที่ดำเนินการบรรจุ จำนวน 24 สายงาน รวมทั้งสิ้น 38,105 อัตรา และบรรจุนักศึกษาผู้สำเร็จการศึกษาในปี 2563 จำนวน 5 สายงาน รวมทั้งสิ้น 7,579 อัตรา ส่งผลต่อขวัญกำลังใจบุคลากรสาธารณสุขที่รอคอยการบรรจุมานานนับ 10 ปี ทั้งนี้หลังกระบวนการบรรจุดังกล่าวดำเนินการตามขั้นตอนไปแล้ว

ทางเครือข่ายฯ ขอเสนอประเด็นเพื่อการปฏิรูประบบสาธารณสุข และสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขทุกกลุ่ม ที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ดังนี้

1.ขอให้รัฐบาล ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข และผู้เกี่ยวข้องปรับปรุงระเบียบ นิยาม หลักเกณฑ์ที่เหมาะสม เสมอภาคต่อบุคลากรกระทรวงสาธารณสุขทุกวิชาชีพ ทุกสายงานที่ปฏิบัติงานสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 และโรคอื่นๆ ดังนี้

- ปรับปรุงระเบียบ นิยาม เกี่ยวกับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขใหม่ (ว.11/62) ให้ครอบคลุมทุกวิชาชีพที่ปฏิบัติงานร่วมกันในปัจจุบัน

- ปรับปรุงระเบียบ นิยาม หลักเกณฑ์ค่าตอบแทนใหม่ ทุกฉบับ (ค่าเวร ค่าตอบแทนฉบับที่ 10-11-12 ค่าวิชาชีพ ค่าเสี่ยงภัย ค่า พตส. เงินประจำตำแหน่ง ฯลฯ) ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และภาระงานในปัจจุบัน

2.ขอให้รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการสร้างขวัญกำลังใจสำหรับข้าราชการที่ปฏิบัติงานโควิด-19 ดังนี้

- เลื่อนไหลสู่ตำแหน่งอาวุโส หรือชำนาญการพิเศษ ด้วยวิธีพิเศษ เมื่อมีอายุ 53 ปี เพื่อสร้างขวัญกำลังใจก่อนเกษียณในการเลื่อนระดับให้บุคลากรสาธารณสุขทุกวิชาชีพ ทุกสายงาน

- คืนอายุราชการเพื่อสร้างขวัญกำลังใจอดีตพนักงานของรัฐปี 2543-2547 ที่อายุราชการหายไป 3-5 ปี จากการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การบรรจุราชการของนักเรียนทุนในสมัยนั้นอย่างไม่เป็นธรรม

3.พิจารณาการใช้ตำแหน่งว่างอัตรากำลังที่มีอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข หรือกำหนดอัตราตั้งใหม่เพิ่มเติม(ตามแต่กรณี) แก่ผู้ที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 อย่างเสมอภาคเป็นธรรม ดังนี้

- การบรรจุพนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน เป็นข้าราชการ ให้ครอบคลุมทุกวิชาชีพในกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ เจ้าพนักงานสาธารณสุข (อายุรเวช) แพทย์แผนไทย เจ้าพนักงานเวชสถิติ นักวิชาการสาธารณสุข(เวชสถิติ) นักวิชาการสาธารณสุข (ทันตสาธารณสุข) เจ้าพนักงานเวชกิจฉุกเฉิน นักปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน รวมถึงฝ่ายสนับสนุน(back office) ทุกตำแหน่ง

- จัดสรรตำแหน่งว่างโควตาพิเศษในการปรับข้าราชการพลเรือนชายแดนใต้ทุกกระทรวงที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์Covid-19สายงานทั่วไป ระดับชำนาญงาน เป็นสายงานวิชาการ ระดับชำนาญการตำแหน่งตามหลักเกณฑ์ หนังสือ ก.พ. ว. 16/58 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ปรับตำแหน่ง ลูกจ้างรายคาบ ลูกจ้างเหมา ในทุกสายงาน ทุกวิชาชีพ รวมถึงฝ่ายสนับสนุน (back office) ปรับเป็นลูกจ้างชั่วคราว พนักงานราชการ พนักงานกระทรวง ทดแทนตำแหน่งที่ได้มีการปรับเป็นข้าราชการไปแล้ว

Comments

Submitted by ชัญญธรณ์ ภัทร์ฐ... on
ดิฉันเคยเป็น พยาบาลวิชาชีพ พนักงานของรัฐตั้งแต่ 44 ถึงปี 47 และได้โอนย้าย จากพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ มาท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ในตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงานขอสอบถามว่าเมื่อตอนที่ เป็นพนักงานของรัฐจะนับอายุราชการเพิ่มอีกหรือไม่และดิฉันสามารถกลับคืนสู่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการได้อีกหรือไม่ เพราะในเมื่อสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าระบาดดิฉันก็ได้ทำโครงการป้องกันและควบคุมการป้องกันการติดเชื้อถึง 4 โครงการก็มีบทบาทในการควบคุมและป้องกันโรคเหมือนกันในตำแหน่งหน้าที่ด้านสาธารณสุขจึงอยากจะขอความเป็นธรรมและขอคำตอบที่ชัดเจนหน่อยค่ะ

Submitted by Anonymous on
แล้วสายงานอื่น เช่น ฝ่ายริหาร ด้านการเงิน คนพวกนี้ตำแหน่งนี้ละเค้าจะได้รับสิทธิ์มั้ย เค้าก็ได้สัมผัสบุคคลเจ้าหน้าที่ นวก จพ ก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน เจ้าหน้าที่ไปสัมผัสคนไข้ มาแล้วมาติดต่อเรื่องการเงินเบิกค่าตอบแทนอยู่เวรในช่วงสถานการณ์ โควิด 19 และการจัดหาพัสดุ เวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา เช่น เจลล้างมือ เพื่อป้องกันเชื้อโรค บางสสอ ตำแหน่งการเงิน คนคนเดียวทำงานตั้ง3ตำแหน่งในคนเดียวกัน เห็นใจเค้าบางมั้ย เงินเดือนก็ได้น้อยนิส แล้วทำมั่ยไม่จ้างคนตรงตามตำแหน่งที่ทำ นี้ให้รับผิดชอบ3ตำแหน่ง เช่น การเงิน พัสดุ ธุระการ เห็นใจเค้าบางมั้ย ต้องมาแบกรับงานทุกวัน มากกว่าข้าราชบางคนอีกเป็นแค่ พนก เงินเดือนก็น้อย เค้ามีความสามารถตรงนี้เห็นใจบางมั้ย แถมต้องมาทนกดดันในการเบิกค่าตอบแทนและพัสดุของเจ้าหน้าที่แต่ละคน เพื่อให้ทันต่อเวลาในการจัดหาจัดเบิก ให้สิทธิ์เค้าบาง เพื่อกำลังใจในการดำเนินงาน เป็นพนักงานราชการก็ยังดี ถ้าไม่มีตำแหน่งบรรจุ

Submitted by Anonymous on
อย่างกรณี ท้องถิ่น ของ มท. ก็มีลูกจ้างที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านสาธารณสุขในช่วงโควิดระบาดเหมือนกัน แล้วทำไมถึงมองข้างมองไม่เห็นบ้าง ทำไมพวกเขาไม่ได้บรรจุบ้างละครับ

Add new comment