สปสช.ขยายผลพบ “63 คลินิก” เบิกงบบัตรทองเกิน 2.4 ล้าน พร้อมตรวจย้อนหลังปี 59

Thu, 2020-07-09 15:02 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

สปสช.เปิดไทมไลน์กระบวนการตรวจสอบคลินิกทุจริตเบิกงบบัตรทอง 18 แห่ง ขยายผลอีก 63 แห่งอยู่ระหว่างตรวจสอบความผิดปกติ ส่อเจตนาทุจริตหรือไม่ พร้อมวางระบบพิสูจน์ตัวตนผู้ใช้บริการป้องกันการทุจริตในอนาคต

ตามที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีคลนิกชุมชนอบอุ่น 18 แห่งทุจริตเบิกจ่ายงบบัตรทองเกิน 72 ล้านบาทตามคืน 60.77 ล้านบาท โดยมี นายจิรวุสฐ์ สุขได้พึ่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธาน ให้ดำเนินการแล้วเสร็จ 30 วัน จนมีคำถามว่าการตั้งคณะกรรมการดังกล่าวมีความเป็นอิสระหรือไม่ และยังมีคำถามอีกมากถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ว่าใช้เวลานานเกินไปหรือไม่ อย่างไร

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 ก.ค. ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) แถลงข่าว “การตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี 18 คลินิกชุมชนอบอุ่นทุจริตเบิกงบคัดกรองโรคกองทุนบัตรทอง” โดย นพ.ศักดิ์ ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช. นพ.การุณย์ คุณติรานนท์ รองเลขาธิการสปสช. ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. และนพ.วีระพันธ์ ลีธนะกุล ผอ.สปสช.เขต 13 กทม.

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอย้ำว่า การตรวจสอบพบ 18 คลินิกเบิกงบบัตรทองเกินตามที่เป็นข่าวไปนั้นมาจากการตรวจสอบของทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เนื่องจากมีระบบตรวจสอบ และเราตรวจสอบพบตั้งแต่วันที่ 14-15 ส.ค.2562 ซึ่งตรงกับช่วงปีงบประมาณ 2562 ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.2561- 30 ก.ย.2562 ซึ่งก็เป็นไปตามกระบวนการจนพบว่า เกิดความผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่ 18 แห่งเท่านั้น สปสช.ยังขยายผลเพิ่มตรวจพบอีก 63 แห่งที่เข้าข่ายผิดปกติ แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า จะมีการดำเนินการผิดเหมือน 18 แห่งหรือไม่ ขณะเดียวกันจะมีการตรวจย้อนหลังไปจนถึงช่วงปี 2559 เพื่อให้เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น

“ในส่วนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี 18 คลินิกชุมชนอบอุ่นทุจริตเบิกงบ ซึ่งมีคำถามว่า มีความเป็นอิสระหรือไม่นั้น ต้องบอกว่าที่มาของ กรรมการ สปสช. ก็มาจากกระบวนการที่มีกฎหมายรองรับ มีการเลือกตั้งในแต่ละกลุ่ม มีทั้งหมด 8 ท่าน ทั้งผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ถูกเลือกตั้งโดยไม่ใช่สรรหา จึงมีความเป็นอิสระ และท่านอื่นๆ ทั้งประธานอนุกรรมการตรวจสอบฯ นายกสภาวิชาชีพ นายกสมาคมรพ.เอกชนเพื่อให้เกิดความโปร่งใสต้องมาจากทุกฝ่าย ผู้แทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนภาคประชาชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงมีความเป็นอิสระทั้งหมด ส่วนในเรื่องความผิดของ 18 แห่งนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการของทางกองปราบฯ แล้ว” นพ.ศักดิ์ชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีอดีตผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขโพสต์ข้อความว่า ให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดเนื่องจากอาจเชื่อมโยงกับอดีตผู้บริหารสปสช. หรือไม่ หรืออาจมีบริษัทรับจ้างตรวจสุขภาพทำข้อมูลเท็จ เลขาธิการสปสช. กล่าวว่า ไม่ต้องกังวล ขณะนี้มีการตรวจสอบทั้งหมด และเจ้าหน้าที่กองปราบปรามฯ กำลังดำเนินการเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เราได้ยกเลิกสัญญาคลินิก 18 แห่งจากการเป็นหน่วยบริการ แต่ยังคงเปิดบริการได้จนกว่าจะรอทางกฎหมาย ซึ่งระหว่างนี้ผู้ใช้บริการยังคงใช้ได้เหมือนเดิม เพื่อลดผลกระทบ จนกว่าเราจะหาหน่วยบริการใหม่และจะแจ้งให้ทราบต่อไป

นพ.วีระพันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ยกเลิกสัญญาการเป็นหน่วยบริการของ 18 คลินิกแล้ว ซึ่งจะมีประชาชนที่รับบริการใน 18 แห่งจำนวน 215,271 คน โดยเป็นผู้ป่วยเรื้อรังประมาณ 1 หมื่นกว่าคน ซึ่งยังรับยาต่อเนื่องได้ที่คลินิกดังกล่าวก่อน และทางคลินิกก็ยังทำเรื่องเบิกกับทางสปสช.ได้ เพียงแต่ระหว่างนี้ทางสปสช.กำลังเจรจากับทางหน่วยบริการอื่นๆ เพื่อรองรับประชาชนในการย้ายหน่วยบริการ ซึ่งอาจดำเนินการเสร็จจะแจ้งทาง SMS หรือทางประชาชนหากสนใจว่าเป็นพื้นที่ของตนหรือไม่ให้โทรสอบถามได้ทางสายด่วน 1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือตรวจสอบสิทธิผ่านแอปพลิเคชันของสปสช. ชื่อ “สปสช. สร้างสุข” โดยสามารถตรวจสอบสิทธิกรณีได้ภายใน 1-2 วัน

ด้าน นพ.การุณย์ กล่าวว่า สำหรับคลินิก 63 แห่ง ที่พบการเบิกจ่ายเงินผิดปกติจำนวน 2.4 ล้านบาทนั้น ขณะนี้กำลังตรวจสอบรายละเอียดว่า มีเจตนาเหมือนเคส 18 คลินิกหรือไม่ ซึ่งก็ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน อย่างไรก็ตาม แม้ที่ผ่านมาสปสช. จะมีระบบคัดกรองก่อนการจ่ายเงินให้หน่วยบริการหลายขั้นตอน แต่เมื่อผู้มีเจตนาต้องการทำข้อมูลปลอม ข้อมูลที่เป็นเท็จ ก็ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น สิ่งสำคัญขณะนี้ได้วางรูปแบบป้องกันในอนาคตด้วยการจัดระบบพิสูจน์ตัวตนของผู้รับบริการ หรือที่เรียกว่า Smart card reader โดยก่อนรับบริการให้เสียบบัตรประชาชนเข้าระบบออนไลน์ เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่ามีการใช้บริการจริง เบื้องต้นได้ลงนามร่วมมือกับทางธนาคารกรุงไทย และรพ.ศิริราช ก่อนจะขยายต่อไป อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันคลินิกชุมชนอบอุ่นมีประมาณ 200 กว่าแห่ง แบ่งเป็นพื้นที่กทม. 190 แห่ง และพื้นที่ปริมณฑลอีก 30-40 แห่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับไทม์ไลน์การตรวจสอบกรณีพบการตกแต่งตัวเลขเบิกจ่ายค่าบริการในคลินิกชุมชนอบอุ่น 18 แห่งที่ปรากฎเป็นข่าวนี้เป็นผลจากระบบของ สปสช. ที่ได้ตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีการเบิกจ่ายบริการคัดกรองความเสี่ยงโรคเมตาบอลิกในคลินิกชุมชน 45 แห่งที่ให้บริการสูงสุด เมื่อวันที่ 14-15 ส.ค. 62 โดย สปสช.เขต 13 กทม และพบข้อมูลการเบิกจ่ายของคลินิก 18 แห่ง ที่ไม่น่าเชื่อถือ

จากข้อมูลนี้ ต่อมาได้นำเข้าสู่การพิจารณาของ อปสข. กทม. เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 62 และได้มีมติขยายผลการตรวจสอบ 100% ในคลินิก 18 แห่งนี้ ทำให้พบข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ ทั้งในส่วนการคัดกรองความเสี่ยงโดยการสัมภาษณ์จำนวน 192,058 ราย และการตรวจคัดกรองไขมันโดยแลปจำนวน 184,196 ราย และถัดมาได้ส่งเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 63 ที่มีมติให้เรียกเงินคืน พร้อมมอบอนุกรรมการหักค่าใช้จ่ายพิจารณา โดยเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 ได้มีมติให้ระงับการเบิกจ่ายเงินพึงได้ของคลินิกชุมชนอบอุ่นทั้ง 18 แห่ง และให้เรียกเงินคืนตามที่ตรวจสอบพบการเบิกจ่ายไม่ถูกต้อง จำนวน 74,397,720 บาท และให้ดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่ง รวมถึงดำเนินการด้านจริยธรรมวิชาชีพ เพิกถอนหน่วยบริการจากระบบ สปสช. และล่าสุด สปสช.สามารถเรียกคืนความเสียหายได้แล้วเป็นจำนวน 60,777,809 ล้านบาท

ข่าวเกี่ยวข้อง:

“อนุทิน” ลั่นขยายผลคลินิกทุจริตเบิกงบบัตรทอง มีอีก 63 แห่ง

สปสช.แจ้งความเอาผิด “18 คลินิก” ทุจริตเบิกงบบัตรทอง

Comments

Add new comment