ผู้ว่าฯ อุดรธานี มอบรพศ.แก้ปัญหา ปชช.รอคิวนาน

Thu, 2020-10-29 20:46 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี มอบโรงพยาบาลศูนย์ฯ หาทางแก้ปัญหารอคิวนาน ด้านผอ.รพศ.อุดรธานี เผยแนวทางแก้ปัญหาเบื้องต้น จัดระบบคิวนัดเป็นเวลา เพิ่มจุดเจาะเลือดตามหน่วยบริการใกล้บ้าน เช่น รพ.สต.

เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี เผยแพร่ข่าวผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีมอบรพ.แก้ปัญหาประชาชนรอคิวนาน โดยระบุว่า นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดอุดรธานี (ศปก.อด.) ซึ่งจะมีการประชุมทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ ของสัปดาห์ เพื่อหารือมาตรการแนวทางการแก้ไขปัญหาสำคัญเร่งด่วนและความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก ในวันนี้ที่ประชุมได้นำเรื่องที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวการเข้าคิวรอรับบริการโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ที่ต้องเข้าคิวรอนานและยาวเหยียด จนล้นออกมาบนถนนบริเวณหน้าโรงพยาบาล บางคนต้องเดินทางออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ยังไม่ทันสว่าง เพื่อรีบเดินทางมาเพื่อเข้าคิวรอรับการตรวจรักษา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้มอบหมายให้โรงพยาบาลศูนย์ฯและเทศบาลนครอุดรธานี ไปพิจารณาหาแนวทางแก้ไขให้ประชาชนได้รับความสะดวกรวดเร็วขึ้นและรู้สึกมีการผ่อนคลายในระหว่างการรอรับการตรวจรักษา

ด้าน พญ.ฤทัย วรรธนวินิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์(รพศ.)อุดรธานี เปิดเผยว่า โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี รองรับการให้บริการประชาชนจาก 7 จังหวัด มีผู้มาขอรับบริการกว่า 5 ล้านคน มีคนไข้ที่นอนรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลประมาณ 1,200 คน และคนไข้ที่มาขอรับบริการจากภายนอกอีกประมาณ 2,000 คน ทำให้การบริการอาจไม่เพียงพอและทั่วถึง

สำหรับแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ทางโรงพยาบาลจะทำระบบคิวนัดที่เป็นเวลา ถ้าไม่ใช่เวลานัดจะไม่เปิดประวัติ ส่วนการเจาะเลือดจะเพิ่มจุดเจาะเลือดที่หน่วยบริการต่างๆ ใกล้บ้าน เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล แล้วส่งข้อมูลในระบบออนไลน์ส่งมาที่โรงพยาบาลศูนย์ฯ เป็นการลดจำนวนคนที่ไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลศูนย์ฯ และจะมีการลดขั้นตอนในการให้บริการ เพื่อพบแพทย์ได้เร็วขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นการแก้ไขปัญหา ไม่ให้ประชาชนมารอคิวตั้งแต่ช่วงเช้า

ขอบคุณข้อมูลและภาพ : เฟซบุ๊ก สนง.ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี

Comments

Submitted by ตัวอย่างการแก้ปัญหา on
“รพ.มงกุฎวัฒนะ" เปิด OPD ทุกวันถึงเที่ยงคืน รองรับสิทธิบัตรทอง กทม.ที่สถานพยาบาลถูกยกเลิกสัญญา" ........................................................................................................................................................................................................... โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะเผยผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง กทม. ที่สถานพยาบาลถูกยกเลิกสัญญามารับบริการเพิ่มขึ้นจนแน่นคลินิกผู้ป่วยนอก ย้ำโรงพยาบาลเปิดคลินิกจนถึงเที่ยงคืน ไม่จำเป็นต้องมาแออัดกันตอนกลางวันก็ได้ ............ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เปิดเผยว่า หลังจากที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ทำการยกเลิกสัญญากับหน่วยบริการเอกชนจำนวนหนึ่งในพื้นที่ กทม. ส่งผลให้ผู้ใช้สิทธิบัตรทองจำนวนมากมีสถานะเป็นสิทธิว่างซึ่งหมายถึงไม่มีหน่วยบริการประจำ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะร่วมกับ สปสช. ให้การดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ปรากฎว่าปัจจุบันมีแนวโน้มผู้ป่วยที่เป็นสิทธิว่างมารับบริการที่คลินิกผู้ป่วยนอกจำนวนมาก ดังนั้น ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าโรงพยาบาลเปิดให้บริการคลินิกผู้ป่วยนอกจนถึงเวลาเที่ยงคืน ดังนั้นไม่มีความจำเป็นต้องมาแออัดในเวลากลางวันแต่อย่างใด ................. พล.ต.นพ.เหรียญทอง ขยายความว่า โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เข้าร่วมเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตั้งแต่เดือน เม.ย. 2553 โดยรับดูแลผู้ใช้สิทธิบัตรทองประมาณ 5 หมื่นราย และเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อให้กับคลินิกเอกชนซึ่งมีผู้ใช้สิทธิรวมอีกประมาณ 2 แสนราย ดังนั้นจึงมีผู้ป่วยที่ใช้สิทธิบัตรทองมารับบริการจำนวนมากและทางโรงพยาบาลก็ให้บริการคลินิกผู้ป่วยนอกจนถึงเที่ยงคืนอยู่แล้ว ........... อย่างไรก็ดี เนื่องจากเมื่อเร็วๆ นี้ สปสช.ได้ยกเลิกสัญญากับหน่วยบริการเอกชนอีกหลายแห่ง ทำให้ผู้ใช้สิทธิจำนวนมากที่หน่วยบริการประจำถูกยกเลิกสัญญามีสถานะกลายเป็นสิทธิว่าง โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะได้เตรียมการรองรับผู้ป่วยที่จะมารับบริการ โดยนอกจากเปิดคลินิกผู้ป่วยนอกจนถึงเที่ยงคืนแล้ว ยังได้เพิ่มจำนวนแพทย์ที่ให้บริการในเวลากลางคืนอีก 3 เท่า ทยอยเพิ่มคลินิกสำหรับดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และเพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยในให้มากขึ้น .............. "แต่เนื่องจากผู้ป่วยสิทธิว่างที่มารับบริการจากพื้นที่ต่างๆ ทั่ว กทม. ไม่ทราบว่าโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะให้บริการจนถึงเที่ยงคืน ยังคุ้นชินกับการมารับบริการในเวลากลางวัน ดังนั้นจึงเกิดความแออัดในช่วงกลางวันเป็นอย่างมาก จากปกติจะมีผู้ป่วยที่ OPD วันละประมาณ 400 คน แต่หลังจากมีการยกเลิกสัญญาเกิดขึ้น เฉพาะ 2 วันที่ผ่านมามีผู้มารับบริการที่ OPD เพิ่มเป็น 700 คน ในจำนวนนี้เป็นสิทธิว่างกว่า 400 คน โดยเฉพาะในช่วงเช้าซึ่งแออัดอย่างมากจนไม่มีที่นั่ง ต้องนั่งกับพื้น ด้วยเหตุนี้จึงอยากประชาสัมพันธ์ว่าไม่จำเป็นต้องรีบมาเฉพาะในตอนกลางวัน กระจายกันกลางคืนก็มาได้ เพื่อที่จะได้ไม่เกิดความแออัดและช่วยลดระยะเวลาในการรอพบแพทย์ โรงพยาบาลก็จะได้ให้บริการผู้ป่วยจำนวนมากๆ ได้" พล.ต.นพ.เหรียญทอง กล่าว ............ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ กล่าวต่อไปว่า นอกจากคลินิกผู้ป่วยนอกแล้ว โรงพยาบาลยังเปิดคลินิกโรคเฉพาะทางจนถึงเที่ยงคืนเช่นกัน แต่ผู้ป่วยต้องมาตรวจกับแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปก่อน ถ้าแพทย์พิจารณาว่าต้องพบแพทย์เฉพาะทาง ก็จะนัดให้ไปรับบริการในคลินิกเฉพาะทางต่อไป ............. พล.ต.นพ.เหรียญทอง กล่าวอีกว่า หากพิจารณาจากแนวโน้มจำนวนผู้ที่มารับบริการแล้วพบว่ายังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ โรงพยาบาลอาจพิจารณาขยายเวลาเปิดคลินิกผู้ป่วยนอกเป็นตลอด 24 ชั่วโมงในเดือน พ.ย. อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าโรงพยาบาลมีศักยภาพรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นได้และยินดีร่วมแก้ไขสถานการณ์วิกฤติครั้งนี้ แต่หากผู้ป่วยเกิดความไม่สะดวกในการมารับบริการบ้างก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ............. สำหรับแนวทางการดูแลประชาชนในระยะต่อไป พล.ต.นพ.เหรียญทอง กล่าวว่า โรงพยาบาลกำลังวางแผนเตรียมกระจายผู้ป่วย ด้วยการเปิดคลินิกชุมชนอบอุ่นตามแขวงต่างๆ ในรัศมี 10-20 กม.จากโรงพยาบาล เพื่อทดแทนหน่วยบริการที่ถูกยกเลิกสัญญา อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร สปสช. ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องสนับสนุนยืดหยุ่นผ่อนปรนกฎเกณฑ์การขออนุญาตต่างๆ ให้รวดเร็วด้วย ทั้งนี้ โรงพยาบาลตั้งใจให้มีรูปแบบเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมและเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวกมากขึ้น. เครดิตที่มา: https://gnews.apps.go.th/news?news=69988 ตอบกลับ Submitted by ให้เอกชนดำเนินการ on Wed, 2020-10-28 10:45 ผมว่า สปสช.และกระทรวงสาธารณสุข ถ้ายังไม่มีสติปัญญาความสามารถที่จะบริหารจัดการให้ผู้ป่วยบัตรทองรักษาได้ทุกที่ ทุกโรค ทุกเวลา ก็ควรที่จะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนอย่างทีมงานของพล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนาเข้ามาบริหารจัดการแทนน่าจะดีกว่าไม๊ครับ อย่าห่วงแต่อำนาจอิทธิพลผลประโยชน์ คนที่พร้อมจะทำให้ดีกว่าเราก็เห็น ๆ กันอยู่แล้ว ว่าใครจริงใจไม่จริงใจ ห่วงชาวบ้านหรือห่วงอำนาจอิทธิพลผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง? ตอบกลับ Submitted by บุญชัย ธีระกาญจน์ on Thu, 2020-10-29 11:34 น่าเสียดายที่ผู้บริหารระดับนโยบายไม่เข้าใจแนวคิด เวชศาสตร์ครอบครัว (Family Medicine) ไม่รู้จัก แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว (Family Doctor) ว่าเป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่งที่เชี่ยวชาญในการดูแลสุขภาพ แบบองค์รวม (Holistic Care) คือดูแลทั้ง ร่างกาย จิตใจ และสังคม ดูแลแบบผสมผสาน (Comprehensive Care) คือทั้ง ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาโรค และฟื้นฟูสุขภาพ ดูแลแบบบูรณาการ (Integrated Care) โดยประสานความร่วมมือของ ท้องถิ่น สังคม และชุมชน รวมถึงอื่น ๆ เช่น สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ดูแลต่อเนื่อง (Continuity Care) คือ การจัดระบบให้มีทีมหมอประจำครอบครัว มีปัญหาสุขภาพพบและปรึกษาทีมหมอครอบครัวทีมเดิมต่อเนื่อง จัดระบบส่งต่อไปพบแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่น ทั้งส่งไปและรับกลับมาดูแลต่อ ไม่ใช่ตระเวนไปเริ่มรักษาที่ไหนก็ได้ตามความพึงพอใจ...หากจะอ้างว่าเป็นการแก้ปัญหาทุจริตของคลินิกที่ร่วมงานกับสปสช.ในกทม. ก็ไม่ตรงสาเหตุ กลับยิ่งควรอาศัยจังหวะนี้เข้าไปจัดการระบบบริการปฐมภูมิในกทม.ให้เป็นไปตาม พรบ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ.๒๕๖๒ เพื่อให้โอกาสคนกทม.ได้รับบริการปฐมภูมิ (ที่มิใช่มีแต่รักษาพยาบาลเพียงด้านเดียว)ได้ทัดเทียมคนต่างจังหวัดมากขึ้น ความยากในการจัดระบบบริการปฐมภูมิสำหรับคนกทม. ๘ ล้านคน ไม่อาศัยจังหวะนี้จะไปทำตอนไหน....https://buabangbai.blogspot.com/2020/10/30.html

Add new comment