แพทย์ชนบทเผยเก็บ 30 บาทการรักษาอาจไม่มีคุณภาพ

Thu, 2012-06-21 19:27 -- hfocus
Print this pagePrint this page

 

ประธานแพทย์ชนบท เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเก็บ 30 บาท จะทำให้บริการมีคุณภาพ พร้อมขอความเห็นใจประชาชนบริการอาจไม่มีคุณภาพ เพราะไม่มีเครื่องมือแพทย์เหตุรัฐบาลลดงบ ซ้ำ ยังพยายามโกงกิน ปูดมีหลักฐานอีกหลายชิ้น เตรียมส่งให้ ป.ป.ช.และผู้ตรวจการแผ่นดินเพิ่ม

นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท เปิดเผยว่า หลังจากชมรมแพทย์ชนบท และเครือข่ายผู้ป่วยกว่า 100 คน ได้ยื่นหลักฐานต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว ได้ขอเข้าพบ นายวิชา มหาคุณ ซึ่งได้ให้ผู้รับผิดชอบงานด้านสาธารณสุขโดยตรงมารับเรื่อง และแจ้งว่า ทุกเรื่องที่มีการร้องเรียนเข้ามาที่ ป.ป.ช.ได้ขอให้กรรมการ ป.ป.ช.ที่รับผิดชอบได้รีบไต่สวนสืบสวนโดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ร้องว่า ป.ป.ช.ได้มีการดำเนินการไต่สวนสืบสวนรับเรื่องไว้แล้ว และแพทย์ชนบทจะเป็นปากแรกที่ถูกเรียกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม

“การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ได้รับกำลังใจจากโรงพยาบาลต่างๆ เป็นจำนวนมาก เนื่องจากโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งประเทศ ล้วนขาดแคลนเครื่องมือแพทย์ที่จะเอามาช่วยชีวิตผู้ป่วย เช่น รพ.เล็กไม่มีเครื่องช่วยหายใจ ก็ต้องส่งมา รพ.ใหญ่ รพ.ใหญ่ ก็ไม่มีเหมือนกัน ก็ไม่รู้จะส่งไปที่ไหนอีก ไป ร.ร.แพทย์ก็มักจะไม่รับ เพราะอ้างว่าไม่ใช่หน่วยหลัก สธ.ควรจะดูแลเอง พอโรงพยาบาลรักษาโรคที่ควรรักษาได้ไม่ได้ เพราะไม่มีเครื่องมือแพทย์ งบประมาณโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าค่ายาก็ไม่พอใช้อีก บริษัทยาก็ไม่ส่งยามาให้เพราะ รพ.ไม่มีเงินจ่าย เพราะรัฐบาลนี้ลดงบประมาณลงไป 5% จะใช้เงินอนาคตก็ไม่ได้เพราะปีหน้าลดงบประมาณลงอีก 5% ขณะที่เงินเดือนเพิ่ม 6% เงินเฟ้ออีกไม่น้อยกว่า 5% รวมถึงค่าแรงลูกจ้างชั่วคราวต้องเพิ่มกรณีปริญญาตรี 15,000 บาท และกรณีค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ดังนั้น การลดงบลง 5% มันไม่ใช่ 5% แต่มันหมายถึง ไม่น้อยกว่า 15% และพอปีนี้ไม่มีงบประมาณมาซื้อเครื่องมือแพทย์ เช่น เครื่องช่วยหายใจ ฯลฯ หากแพทย์สงสารคนไข้ขอใช้เงินอนาคตออกมาใช้ ก็ไปกินงบประมาณก้อนนี้ กลายเป็นรัฐบาลลดงบประมาณไปกว่า 30% พอเงินไม่พอก็ต้องกลายเป็นงูกินหาง บางแห่งแก้ปัญหาโดยไม่จ่ายเงินเดือน เจ้าหน้าที่ก็ลาออก จนท.ไม่พอก็ส่งผลต่อคุณภาพบริการ หากเลือกไม่จ่ายค่ายา บริษัทยาก็หยุดส่งยา ก็ส่งผลต่อคุณภาพบริการเช่นกัน คนรับกรรมคนสุดท้าย ก็คือประชาชน แล้วรัฐบาลผลักภาระบอกให้ไปเก็บ 30 บาท เพื่อจะให้มีคุณภาพ โดยผลักให้เจ้าหน้าที่ไปรีดเงินกับคนยากคนจน ทั้งที่รัฐบาลมีงบประมาณอยู่แล้ว แต่รัฐมนตรีประพฤติมิชอบ” นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าว

ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ทราบว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีโทร.มาบอกเจ้าหน้าที่และปลัดให้เลือกเครื่องมือแพทย์บางรายการเสนอ ครม.ขอให้ดูให้ดีๆ ว่าเครื่องมือที่ไม่ขอไม่จำเป็นจริงหรือไม่ หรือเป็นรายการที่ไม่ยอมจ่ายเงินทอน เราก็กำลังเตรียมข้อมูลเพื่อที่จะไปฟ้องศาลปกครองต่อไป เพราะน่าจะเข้าข่ายคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบ และได้ยินมาว่า จะปล่อยให้งบเครื่องมือแพทย์ตกไปที่กระทรวงคมนาคมแทน เพราะราคาเครื่องมือแพทย์หาเงินทอนยากกว่าไม่รู้จริงหรือไม่ สังคมต้องช่วยกันจับตาต่อไป

อย่างไรก็ตาม ตนเองอยากแนะนำญาติผู้ป่วยที่ได้รับความเดือดร้อนจากการไปใช้บริการใน รพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่โรงพยาบาลให้บริการล่าช้า ต้องนัดรักษานานๆ หรือต้องส่งไปที่อื่น หรือที่ต้องเสียชีวิตทุพพลภาพไป ลองสอบถาม รพ.เหล่านั้นด้วยว่า เป็นเพราะขาดเครื่องมือตามงบเงินกู้นี้หรือไม่ ถ้าใช่ก็ช่วยกันไปฟ้องเอาผิดและเรียกร้องความเสียหายกับรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขที่ละเว้น หน่วงเหนี่ยวประพฤติมิชอบต่อหน้าที่ราชการ แต่อย่าไปฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข

“ส่วนกรณีทุจริตงบลงทุนค่าเสื่อม ตามโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หลังจากชมรมแพทย์ชนบทออกมาให้ข้อมูลและยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.และผู้ตรวจการแผ่นดิน พื้นที่ที่อึดอัดใจเรื่องนี้มาก ก็ส่งหลักฐานมาให้เพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งกรณีรายการเดิม และรายการใหม่ และที่น่าตกใจมาก คือ รัฐมนตรีท่านนี้ของบไปช่วยฟื้นฟูน้ำท่วม โดยกินหัวคิวจากงบลงทุนค่าเสื่อมไป 5% ของงบค่าเสื่อมทั้งหมดรวมกว่า 341.9 ล้านบาท กลายเป็นงบค่าเสื่อมของรพ.ในสังกัด สป.สธ.เหลือเพียง 95% และที่น่าอเนจอนาถ คือ ของบฟื้นฟูน้ำท่วมไป 341.9 ล้านบาท แต่ตอนนี้เพิ่งขอใช้ไป 111.096 ล้านบาท จนน้ำจะท่วมใหม่แล้ว ยังไม่ส่งไปให้อีก นอกจากนี้ หากไปดูข้อมูลการช่วยน้ำท่วมแล้ว หลายพื้นที่หากไม่ใช่พื้นที่หาเสียงก็แทบจะไม่ได้งบก้อนนี้เลย ทั้งที่น้ำท่วมแทบเป็นแทบตาย หากไม่ใช้ก็น่าจะส่งคืนไปให้หน่วยบริการ แต่ที่สำคัญ แว่วมาว่า มีผู้ตรวจราชการบางท่านขอแลกงบ โดยจะโอนเงินไปให้โรงพยาบาลใหญ่ๆหลายแห่งจำนวนแห่งละ 2 ล้านบาท โดยขอให้โรงพยาบาลแลกงบโดยใช้เงินบำรุงไปซื้อเครื่อง LCD จอยักษ์ ที่มีราคาแค่ 7-8 แสนบาทแทน ที่เหลือเป็นเงินทอน สร้างความอึดอัดใจกับผู้บริหารเหล่านี้มาก อันนี้ชมรมแพทย์ชนบทก็จะติดตามดูต่อไปด้วยเช่นกัน” ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าว