สธ.เผยพบผู้ติดเชื้อโรคเอดส์รายใหม่เพิ่มปีละ 12,000 ราย เร่งป้องกันเชิงรุก

Thu, 2012-11-15 14:43 -- hfocus
Print this pagePrint this page

 

รมว.สธ. เผยโรคเอดส์ยังเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของไทย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มปีละ 12,000 ราย เร่งควบคุมป้องกันเชิงรุก ในวันเอดส์โลกปีนี้ สธ.ร่วมกับสภากาชาดไทยและองค์กรเอกชน จัดหน่วยบริการปรึกษาและตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีฟรี ที่ห้างสรรพสินค้าดังในเขตกทม. 5 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.-1ธ.ค. ขอเชิญชวนประชาชนเข้ารับบริการได้ตั้งแต่เวลา 10.00 น.-20.00 น. โดยสามารถรู้ผลตรวจภายใน 1 ชั่วโมง ชี้ให้ผลดี ช่วยคลี่คลายปัญหาได้เร็วขึ้น

วันนี้ (15 พฤศจิกายน 2555) ที่ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย แพทย์หญิงนิตยา ภานุภาค ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ร่วมกันแถลงข่าวโครงการ “เอชไอวี ตรวจเพื่อก้าวต่อ” เนื่องในวันเอดส์โลกประจำปี 2555 ซึ่งตรงกับวันที่ 1 ธันวาคม ทุกปี

นายแพทย์ประดิษฐกล่าวว่า เนื่องในวันเอดส์โลกปีนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับ สายด่วนปรึกษาเอดส์ 1663 สภากาชาดไทย มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ องค์การแพธ (PATH) และดูเร็กซ์ จัดหน่วยบริการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีฟรีนอกสถานที่ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน สามารถประเมินความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี และเข้าถึงบริการตรวจเลือดโดยสมัครใจ รวมทั้งบริการให้คำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นวิธีที่จะลดผู้ติดเชื้อรายใหม่และลดการเสียชีวิตจากโรคเอดส์ให้เป็นศูนย์ได้ ตามเป้าหมายขององค์การอนามัยโลกภายในปี 2559 โดยจะให้บริการที่ห้างสรรพสินค้า 5 แห่งในกทม.คือ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ 3 สาขาคืองามวงศ์วาน บางกะปิ บางแค และที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาพระราม 2 และพระราม 3 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น.ถึง 20.00 น.จะทราบผลตรวจภายใน 1 ชั่วโมง

นายแพทย์ประดิษฐกล่าวต่อว่า แม้ว่าสถานการณ์เอดส์ในภาพรวมของประเทศไทยจะดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อ 20 ปีก่อน แต่พบว่ายังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มปีละกว่า 12,000 ราย ซึ่งกว่าร้อยละ 80 ติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน และมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีอีกกว่า 200,000 รายจากผู้ติดเชื้อทั้งหมด 500,000 ราย ยังเข้าไม่ถึงการรักษา รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชน ทุกคน ทุกสิทธิ เข้ารับการตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีได้ฟรีปีละ 2 ครั้ง หากผลตรวจพบว่าติดเชื้อ จะได้รับบริการตรวจรักษาอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะใช้สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม หรือสิทธิราชการก็ตาม ทั้งนี้ การได้รับการรักษาเร็ว จะมีผลให้ผู้ติดเชื้อมีสุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้

นอกจากนี้ หากประชาชนมีข้อกังวลสงสัยเรื่องเอชไอวี/เอดส์ รวมทั้งเรื่องการตรวจเลือดสามารถโทรศัพท์เช้ามารับบริการปรึกษาได้ที่สายด่วนปรึกษาเอดส์ทางหมายเลข 1663 ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2555 เวลา 10.00 น.- 20.00 น. ทุกวันจำนวน 7 คู่สาย หลังจากที่ได้รับบริการปรึกษาแล้ว หากประชาชนตัดสินใจว่าจะตรวจเลือดเพื่อหาการติดเชื้อเอชไอวี ก็สามารถไปรับบริการได้ที่หน่วยบริการของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ผลการให้บริการรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา มีผู้โทรมาขอรับคำปรึกษาจำนวน 6,154 ราย รวม 8,058 ครั้ง หรือเฉลี่ยโทรทุกๆ 20 นาที ร้อยละ 72 เป็นเพศชาย ในจำนวนนี้เป็นเยาวชนอายุ 16-17 ปี 58 ราย

คำถามยอดฮิตที่ขอรับคำปรึกษามากที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ 1.ความเสี่ยงและการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีทางเพศสัมพันธ์ จำนวน 1,489 ครั้ง 2.ความเสี่ยงและการป้องกันการติดเชื้อฯทางสารคัดหลั่งจำนวน 1,232 ครั้ง 3.ความเสี่ยงและการป้องกันการติดเชื้อเกี่ยวกับการทำออรัลเซ็กส์จำนวน 715 ครั้ง 4.ความกังวลจากอาการที่เกิดขึ้นจำนวน 649 ครั้ง และ 5.ปรึกษาหลังการตรวจเลือดจำนวน 678 ครั้ง และในอนาคตจะขยายเพิ่มอีกเป็น 10 คู่สาย เพื่อให้เพียงพอ ไม่ต้องรอสายนาน

นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ที่จะไปใช้บริการตรวจเลือดที่หน่วยบริการของรัฐ ขอให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ตรวจมีความแม่นยำเชื่อถือได้ นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาความลับของผู้รับบริการ โดยที่ผู้รับบริการไม่ต้องแจ้งชื่อ-นามสกุล กรมควบคุมโรคในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ พร้อมที่จะพัฒนาคุณภาพในการให้บริการและพัฒนาเกณฑ์การรักษาให้มีคุณภาพเทียบเท่ากับระดับสากล

แพทย์หญิงนิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีและ เครื่องมือในการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีมีประสิทธิภาพมาก ผู้รับบริการสามารถทราบผลได้อย่างรวดเร็วทั้งยังมีความแม่นยำ เชื่อถือได้ จึงอยากผู้ที่พบว่าตัวเองมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี เข้ารับบริการตรวจเลือด เข้าถึงการตรวจรักษา เพราะระบบบริการด้านสุขภาพขณะนี้ เอื้ออำนวยให้สามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกและครอบคลุมการให้บริการกับคนทุกสิทธิการ รักษา อีกทั้งการรู้ผลเลือดเร็วก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้รับบริการเพราะจะช่วยในการวางแผนดูแลสุขภาพ หากผลตรวจออกมาว่าติดเชื้อจะได้วางแผนดูแลรักษา ไม่ต้องรอให้เจ็บป่วย หรือหากผลเป็นลบก็จะได้จัดการวางแผนเรื่องการป้องกันให้ผลเลือดเป็นลบได้ตลอดไป

นายโอ พงษ์เวช ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโส บริษัท เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถุงยางอนามัยดูเร็กซ์ กล่าวว่า “ดูเร็กซ์” ในฐานะผู้นำตลาดถุงยางอนามัยของโลก และได้มีการรณรงค์เรื่องการป้องกันเอดส์อย่างต่อเนื่องตลอดมา และเนื่องในวันเอดส์โลกทางดูเร็กซ์ได้ร่วมมือกับทางภาครัฐ ในการจัดโครงการรณรงค์โครงการ “ตรวจเพื่อก้าวต่อ...” รณรงค์ตรวจเลือดโดยสมัครใจช่วงวันเอดส์โลก เพื่อให้คนรุ่นใหม่ปลอดภัยจากเชื้อเอชไอวีอย่างแท้จริง จึงมีการสนับสนุนให้มีการตรวจเลือดเพื่อความมั่นใจ และแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวีทางเพศสัมพันธ์และการป้องการโรคติดต่อ รวมทั้งรณรงค์การป้องกันการติดเชื้อ โดยใช้ถุงยางอนามัย และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของโครงการนี้ พร้อมบริจาคถุงยางอนามัยกว่า 10,000 ชิ้น ให้กับองค์การแพธ องค์กรพัฒนาเอกชนสาธารณประโยชน์ระหว่างประเทศด้านการสาธารณสุขเพื่อสร้าง เสริมสุขภาวะ ที่ดีของคนในสังคม