พัฒนาเครือข่ายสุขภาพดูแลเข้ม'ผู้ป่วย'6กลุ่มโรค

Tue, 2012-12-18 09:31 -- hfocus
Print this pagePrint this page

 

รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร ประธานคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวในการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และมอบรางวัลเครือข่ายบริการดีเด่น ประจำปี 2555 ว่า ปัญหาสุขภาพในปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนจากโรคติดต่อเป็นโรคไม่ติดต่อที่เกิดจากภาวะเสื่อมถอยของร่างกายและพฤติกรรมสุขภาพเพิ่มมากขึ้น โดยโรคที่มีปัญหาในระบบบริการสาธารณสุข พบ 6 กลุ่ม ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง การบริการทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อย การบริการจิตเวช และการดูแลแบบประคับประคอง

รศ.พญ.ประสบศรีกล่าวว่า สำหรับโรคและภาวะสุขภาพทั้ง 6 กลุ่ม พบว่า มีปัญหาในเรื่องคุณภาพการบริการ ปัญหาระบบการส่งต่อในระดับต่างๆ การดูแลต่อเนื่องที่หน่วยบริการใกล้บ้าน ผู้ป่วยไม่สามารถเข้าถึงบริการจำเป็น สปสช. คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการตติยภูมิเฉพาะด้าน และคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข จึงสนับสนุนการพัฒนาระบบเครือข่ายบริการ 6 กลุ่มดังกล่าว โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยบริการทั่วประเทศ สร้างเครือข่ายบริการสุขภาพ เชื่อมโยงครบวงจรในระดับปฐมภูมิจนถึงตติยภูมิ มีระบบหน่วยบริการแม่ข่ายและลูกข่าย ร่วมกันพัฒนาศักยภาพมาตรฐานการดูแลผู้ป่วย และพัฒนาการส่งต่อ/รับกลับผู้ป่วยในเครือข่าย

รศ.พญ.ประสบศรีกล่าวถึงผลการพัฒนาเครือข่าย 6 กลุ่มโรคว่า ในส่วนการพัฒนาเครือข่ายโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงเครือข่ายโรคหลอดเลือดสมอง ก่อนหน้านี้พบปัญหาผู้ป่วยไม่สามารถเข้าถึงยาละลายลิ่มเลือดได้ ล่าสุด เครือข่ายโรคหัวใจและหลอดเลือดมีหน่วยบริการเข้าร่วม 933 แห่ง และเครือข่ายโรคหลอดเลือดสมอง มีหน่วยบริการเข้าร่วม 861 แห่ง นอกจากนี้ ยังพัฒนาเครือข่ายโรคมะเร็ง เพื่อเชื่อมโยงระหว่างหน่วยบริการเพื่อรักษาใกล้บ้านผู้ป่วยมากที่สุด ตั้งแต่การคัดกรอง วินิจฉัยเบื้องต้น ส่งต่อ และการดูแลพักฟื้นเยียวยาระยะสุดท้าย ปัจจุบันผู้ป่วยมะเร็งสามารถเข้ารับบริการโรคมะเร็งในทุกจังหวัด โดยเฉพาะเคมีบำบัด มีอัตราการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดร้อยละ 90 สำหรับรังสีรักษาสามารถส่งต่อและรอคอยการรักษาไม่เกิน 2 เดือน ส่วนการพัฒนาเครือข่ายจิตเวชที่พบว่าอัตราการเข้าถึงบริการรักษายังต่ำ ปัจจุบันมีหน่วยบริการเข้าร่วมเครือข่ายบริการจิตเวชเพิ่มมากขึ้นถึง 593 แห่ง

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 18 ธันวาคม 2555