จับตาล้วงตั้งรองเลขาฯสปสช.

Fri, 2012-12-28 11:58 -- hfocus
Print this pagePrint this page

 

"บุญยืน" แฉมีใบสั่งจากการเมืองให้เพิ่มตำแหน่งรองเลขาฯ สปสช. 2 ตำแหน่ง พร้อมล็อบบี้ให้คนของตนที่เป็นคนนอกได้ 1 ตำแหน่ง หวังฮุบเงินกองทุน 150,000 ล้านบาท

นส.บุญยืน ศิริธรรม กรรมการหลักประกันสุขภาพภาคประชาชน ซึ่งเคยประท้วงเดินออกจากที่ประชุมบอร์ดเมื่อครั้งที่แล้ว เปิดเผยว่า ตามที่บอร์ด สปสช. ได้อนุมัติตำแหน่งรองเลขาธิการ สปสช. เพิ่มอีก 2 ตำแหน่งเพื่อดูแลงานเบิกจ่ายเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและทำงานต่างประเทศ รองรับเปิดตลาดเสรีอาเซียน และเลขาธิการ สปสช. ได้ลงนามในประกาศรับสมัครผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม จบการศึกษาสาขาแพทยศาสตร์หรือสาขาอื่นที่ไม่ต่ำกว่าปริญญาโท  โดยเปิดรับสมัครบุคคลภายในและภายนอกตั้งแต่วันที่ 17 จนถึง วันที่  28 ธค. นี้ และจะคัดเลือกประกาศผลในวันที่ 4 มค. 2556 เผยขณะนี้มีผู้สมัครแล้วจากคนภายใน สปสช. 6 คน ประกอบด้วย ผู้ช่วยเลขาธิการ  2  คน  ผอ.สปสช.เขต 3 คน และผู้ช่วยผอ. สปสช.เขตอีก 1 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้บริหารอาวุโสที่มีส่วนร่วมสร้างระบบหลักประกันสุขภาพตั้งแต่แรกร่วมกับ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์  อดีตเลขาธการ สปสช.ที่ล่วงลับไปแล้ว และมีบุคคลภายนอกที่สมัครและน่าจับตา คือ คือ นพ.อรรถสิทธิ กาญจนสินิทธ์ อดีต สส.จังหวัดขอนแก่น สองสมัย เพื่อร่วมรุ่น นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีผู้สมัครจากภายนอกอีกหลายคนและมีข่าวลอบบี้ขอให้ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. 2 คนถอนตัวจากการเป็นผู้สมัครเปิดทางให้คนภายนอก

นส.บุญยืน กล่าวต่อว่า การเพิ่มตำแหน่งรองเลขาธิการ สปสช.อีก 2 อัตราแบบสายฟ้าแลบ ต้องมีใบสั่งจากผู้มีอำนาจอย่างแน่นอน โดยไม่เกรงว่าจะทำให้ระบบการบริหารงานภายใน สปสช. อ่อนแอลงเหมือนระบบราชการและวิสาหกิจทั่วๆไปที่ถูกฝ่ายการเมืองครอบงำโดยแต่งตั้งคนของตัวเองจากภายนอกเป็นผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงาน ทั้งๆที่เป็นการทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ทำให้สังคมเป็นห่วงว่าเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีอยู่ปีละ 1.5 แสนล้านบาทเพื่อดูแลผู้ป่วยทั่วประเทศ

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 28 ธันวาคม 2555

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม