สธ.เร่งนำเข้าวัคซีนหวัดใหญ่ หวั่นมะกันระบาดแรงไม่หยุด

Wed, 2013-01-16 09:52 -- hfocus
Print this pagePrint this page

 

 

นพ.ประดิษฐสั่งติดตาม'ไข้หวัดใหญ่'ระบาดมะกันอย่างใกล้ชิด หาก 1-2 เดือน สถานการณ์ยังคงไม่ดีขึ้น เตรียมนำเข้าวัคซีนฉีด 7 กลุ่มเสี่ยง รวม 3.55 ล้านคน ในพฤษภาคมนี้

จากกรณีการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช3 เอ็น2 (H3N2) สายพันธุ์ย่อยวิคตอเรีย หรือ A/Victoria/361/2011-like ในหลายรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งข้อมูลตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2555- วันที่ 5 มกราคม 2556 มีผู้ป่วยยืนยัน 28,747 ราย เสียชีวิต 20 ราย ส่งผลให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) วางมาตรการป้องกันการระบาดในประเทศไทยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงกลางปีนี้นั้น

เมื่อวันที่ 15 มกราคม นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ว่า ขณะนี้ สธ.มีการติดตามการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ชนิด เอ เอช3 เอ็น2 (H3N2) วิคตอเรียในสหรัฐ อย่างใกล้ชิด หากในอีก 1-2 เดือน สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น สธ.จะพิจารณาสั่งนำเข้าวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่ระบาดในรอบปีนี้เร็วขึ้น โดยวัคซีนดังกล่าวเป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่จากเชื้อได้ 3 สายพันธุ์ในเข็มเดียว คือ ชนิดบี, H1N1 และ H3N2 วิคตอเรีย ที่เป็นสายพันธุ์เดียวกับที่ระบาดอยู่ในสหรัฐ

"หากสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐยังแรงอยู่  อาจจะต้องมีการสั่งนำเข้าวัคซีน ไข้หวัดใหญ่เร็วขึ้น เพราะเมื่อสั่งไปแล้วไม่ได้หมายความว่าจะได้ในทันที ต้องมีระยะเวลาของการรอผลิตและ จัดส่งวัคซีน และจะฉีดให้กับประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเร็วขึ้นด้วย จากที่เดิมมีแผนเริ่มฉีดประมาณเดือนมิถุนายนนี้ อาจเลื่อนเร็วขึ้นเป็นเดือนพฤษภาคม โดย ต้องฉีดให้ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงครบทุกกลุ่ม ไม่ใช่จำกัด อยู่แค่ 3-4 ล้านโดส เท่านั้น" นพ.ประดิษฐกล่าว และว่า ขอย้ำว่าในส่วนผู้ที่จะเดินทางไปประเทศสหรัฐ ยังสามารถเดินทางไปได้ตามปกติ ผู้ที่แข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัวใด ยังไม่มีความจำเป็นต้องได้รับวัคซีนก่อนเดินทาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ในปี 2555 สธ.ฉีดวัคซีน ป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเรื้อรัง มะเร็งที่กำลังรับเคมีบำบัด เบาหวาน ธาลัสซีเมีย และภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมทั้งผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ 2.ผู้สูง อายุ 65 ปีขึ้นไป 3.ผู้มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม 4.ผู้พิการทางสมองช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ 5.เด็กอายุ 6 เดือน-2 ปี 6.หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป และ 7.บุคลากรทางการแพทย์เจ้าหน้าที่ ที่ให้การดูแลรักษาผู้เจ็บป่วย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กับการกำจัดสัตว์ปีก  จำนวน 3.55 ล้านคน  ใช้ งบประมาณกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งขยายกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้นจากปี 2554 จำนวน 1 ล้านคน โดยเป็นวัคซีน 3 สายพันธุ์ เช่นเดียวกับที่จะใช้ในปีนี้ แต่ในส่วนของเชื้อ H3N2 จะเป็นสายพันธุ์ย่อยเพิร์ธ ขณะที่ปี 2556 เป็นวิคตอเรีย

ด้าน นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช.ได้มอบให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ โดยกันงบประมาณเอาไว้สำหรับการจัดซื้อ 3 ล้านโดส อย่างไรก็ตามดูแนวโน้มการระบาดในปีนี้ท่าทางจะมาเร็ว ดังนั้นคงต้องประสานให้มีการจัดซื้อวัคซีนเร็วขึ้น  โดยราคาวัคซีนที่มีการซื้อกันอยู่ที่โดสละประมาณ 100 กว่าบาท.

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 16 มกราคม 2556 และ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 16 มกราคม 2556