'30บาท'ปี55ปชช.พอใจอีสานสูงสุดรองลงมาเหนือ

Mon, 2013-01-21 12:22 -- hfocus
Print this pagePrint this page

 

นพ.จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ ประธานคณะอนุกรรมการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบคโพลล์) สำรวจ ความคิดเห็นของประชาชน และผู้ให้บริการต่อโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ปี 2555 ในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 2,767 ตัวอย่าง และกลุ่มผู้ให้บริการได้แก่ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และ ผอ.รพ.หัวหน้าสถานีอนามัย/ผู้อำนวยการศูนย์บริการสาธารณสุข/ตัวแทน จำนวนทั้งสิ้น 1,364 ตัวอย่าง ผลการสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่พอใจต่อการได้รับสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยให้คะแนนความพึงพอใจ เฉลี่ยเท่ากับ 8.29 คะแนน ซึ่งคนที่เคยใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะมีความพึงพอใจสูงมากกว่าคนทั่วไปโดยพบว่าผู้ที่เคยใช้สิทธิบัตรหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในการรักษาพยาบาลในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา มีค่าคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ยเท่ากับ 8.63 คะแนน ผลสำรวจยังพบว่า ประชาชนให้ความสำคัญต่อคุณภาพการรักษาพยาบาลของแพทย์มากที่สุด รองลงมาคือ คุณภาพด้านยา และคุณภาพด้านเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ตามลำดับ และกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 94.8 มีความตั้งใจที่จะไปใช้บริการต่อไป

นพ.จรัลกล่าวว่า ข้อสังเกตจากการศึกษากลุ่มประชาชนพบว่า ความพึงพอใจมีความแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มประชากร กลุ่มคนอายุมาก กลุ่มเป็นม่าย หย่า แยกกันอยู่ กลุ่มคนที่มีการศึกษาต่ำ กลุ่มเกษตรกร ประมง รับจ้างทั่วไป กลุ่มคนที่มีรายได้ต่ำ จะมีความพึงพอใจสูงมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ขณะที่กลุ่มประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความพึงพอใจสูงสุด 8.66 คะแนน รองลงมาคือ ภาคเหนือ 8.28 คะแนน ภาคกลาง 8.19 คะแนน กรุงเทพ 7.90 คะแนน และภาคใต้ 7.82 คะแนน

นพ.จรัลกล่าวถึงผลการสำรวจกลุ่มผู้ให้บริการว่า ผู้ให้บริการมีความพึงพอใจต่อโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 7.08 คะแนน ซึ่งผู้ให้บริการเล็งเห็นประโยชน์ความพอใจในผลที่เกิดกับประชาชนมากกว่าผลที่เกิดกับตนเอง และความพึงพอใจปี 2555 ดีกว่าความพึงพอใจปี 2554 ที่ได้คะแนน 6.99 ขณะที่ ผลสำรวจการให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติงาน ให้ความสำคัญกับความคาดหวังของผู้ป่วยมากที่สุด 8.63 คะแนน รองลงมาคือ ความเพียงพอของงบประมาณดำเนินการ และความถูกต้องของการจ่ายชดเชยให้สถานพยาบาลตามลำดับ มีความคิดเห็นต่อระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการปฏิบัติว่าความเพียงพอของงบประมาณรุนแรงที่สุด รองลงมาคือ ความคาดหวังต่อผู้ป่วย และความเพียงของผู้ให้บริการตามลำดับ

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันที่ 21 มกราคม 2556