โรคห่าคืนชีพพบพันธุ์ใหม่ดื้อยาแน่100%

Wed, 2013-02-27 11:37 -- hfocus
Print this pagePrint this page

 

กรมควบคุมโรคหวั่นอหิวาตกโรคระบาดหนัก พบสายพันธุ์Hikojima ดื้อยาต้านจุลชีพโคไตรม็อกซาโซลและ เตตราไซคลีน 100% ระบุสายพันธุ์ที่พบน้อยในไทย แนะล้างมือให้สะอาดก่อนปรุงหรือรับประทานอาหาร

นพ.นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากรายงานการพยากรณ์อหิวาตกโรค ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข คาดการณ์ว่าในปี2556 จะมีการระบาดใหญ่ เนื่องจากการระบาดของโรคจะเป็นลักษณะเกิดโรค 1 ปี เว้น2 ปี โดยเกิดระบาดครั้งใหญ่ขึ้นในปี 2547 2550 และ2553 ตามลำดับ โดยคาดการณ์ว่าปีนี้จะมีผู้ป่วยอหิวาตกโรคไม่เกิน 1,000 รายต่อปี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงได้มีการเฝ้าระวังการดื้อยาของเชื้ออหิวาตกโรคทางห้องปฏิบัติการ โดยทดสอบความไวของเชื้อต่อยาต้านจุลชีพ 6 ชนิดคือ แอมพิซิลลิน(Ampicillin), คลอแรมเฟนิคอล(Chloramphenicol), ไซโปรฟลอกซาซิน(Ciprofloxacin), โคไตรม็อกซาโซล (Co-trimoxazole), นอร์ฟล็อกซาซิน(Norfloxacin) และเตตราไซคลีน(Tetracycline) ซึ่งได้ดำเนินการทวนสอบข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี คือ ปี พ.ศ.2553-2555 พบว่าเชื้อ Vibrio cholerae O1, El Tor, Ogawa ดื้อยาโคไตรม็อกซาโซล (Co-trimoxazole)ร้อยละ 97.7 และเตตราไซคลีน (Tetracycline) ร้อยละ 94.7 เชื้อ Vibrio cholerae O1, El Tor, Inaba ดื้อยาโคไตรม็อกซาโซล(Co-trimoxazole) ร้อยละ 99.1 เชื้อ Vibrio cholerae O1, El Tor, Hikojima ดื้อยาโคไตรม็อกซาโซล (Co-trimoxazole) และเตตราไซคลีน (Tetracycline) ร้อยละ 100 ส่วน Vibrio cholerae O139 ไม่ดื้อยาที่ทดสอบ

"เชื้อ Vibrio cholerae O1, El Tor,Hikojima ในประเทศไทยพบน้อยมาก ดังนั้นขอแนะนำสถานพยาบาลว่า ก่อนที่จะพิจารณาเลือกชนิดของยาปฏิชีวนะในการรักษา ควรใช้ข้อมูลเฝ้าระวังการดื้อยาของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อดื้อยา ซึ่งปัจจุบันการเลือกใช้ยาที่เหมาะสมในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง จะช่วยลดระยะอาการของโรคให้สั้นลง ลดการสูญเสียน้ำตลอดจนลดระยะเวลาของการแพร่กระจายเชื้ออีกด้วย" อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าว

นพ.สมชาย แสงกิจพร ผอ.สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กล่าวว่า อาการของอหิวาตกโรคมีทั้งไม่แสดงอาการจนถึงอาการรุนแรง ดังนั้นหากพบผู้ป่วยต้องรักษาอย่างทันท่วงทีด้วยการให้สารละลายน้ำตาลเกลือแร่ในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อแก้ไขภาวะเลือดเป็นกรดและภาวะโปแตสเซียมในเลือดต่ำ

สำหรับแนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะนั้นในเด็กให้ Doxycycline 5 มล./กก./วัน หรือNorfloxacin หรือ Ciprofloxacin 10-20 มก./กก./วัน นาน 5 วัน ส่วนผู้ใหญ่ให้ Doxycycline ครั้งละ 100 มก.หรือ Norfloxacin ครั้งละ 400 มก. หรือ Ciprofloxacin ครั้งละ 500 มก.วันละ 2 ครั้ง นาน 3 วัน หรือTetracycline ครั้งละ 500 มก.วันละ 4 ครั้งนาน 3 วัน อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอหิวาตกโรค ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงหรือรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารทะเลดิบหรือสุกๆดิบๆ และที่สำคัญควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ

ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556