แพทย์ชนบทจี้ดีเอสไอสอบงบจัดซื้อเครื่องตรวจน้ำตาลแจกอสม.

Thu, 2013-05-09 20:02 -- hfocus
Print this pagePrint this page

 

 “แพทย์ชนบท” จี้ดีเอสไอสอบสาธารณสุขใช้งบกว่า 147ล้าน จัดซื้อเครื่องตรวจน้ำตาลแจกอสม. เผยกฎหมายยังไม่รองรับ

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบทเข้ายื่นหนังสือถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้ตรวจสอบโครงการส่งเสริมศักยภาพอสม.ด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็น (เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือดแบบพกพา)ของกระทรวงสาธารณสุข

นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ชมรมแพทย์ชนบทตรวจสอบพบความไม่ชอบมาพากลในการสั่งซื้อเครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด 81,685 เครื่อง เพื่อแจกอสม.ทั่วประเทศ ในราคาเครื่องละ 1,800 บาท รวมเป็นเงิน 147,033,000 บาทซึ่งมีประเด็นต้องสงสัย เช่น การที่กระทรวงสาธารณสุขมีการโอนงบประมาณและสั่งการให้จังหวัดต่างๆจัดซื้อไปแจกอสม.ทั้งที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับอนุญาตให้อสม.ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยการเจาะเลือดจากปลายนิ้วเพื่อตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดผู้อื่นได้ ดังนั้น การกระทำดังกล่าวถือเป็นการใช้อำนาจเกินหน้าที่สั่งการจัดซื้อก่อนมีกฎหมายรองรับ ส่อเจตนากดดันให้สภาวิชาชีพต้องยอมออกกฎหมาย

นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบว่าปัจจุบันโรงพยาบาลจะไม่ใช้วิธีการจัดซื้อเครื่องตรวจน้ำตาล แต่ใช้วิธีการซื้อแถบตรวจวัดระดับน้ำตาล โดยบริษัทจะแถมเครื่องตรวจโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย อีกทั้งราคาแถบตรวจจะมีราคาเพียง แถบละ 5-7 บาท เท่านั้นและแถมเครื่องโดยไม่จำกัด เพื่อใช้ในการแจกให้สถานีอนามัยหรืออาคารผู้ป่วยแต่การซื้อเครื่องจะทำให้ต้องซื้อแถบตรวจน้ำตาลกับบริษัทไปโดยปริยายตลอดซึ่งในปัจจุบันกลับพบว่าโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งประเทศไม่มีการซื้อเครื่องตรวจน้ำตาลแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ยกตัวอย่างอบจ.แห่งหนึ่ง จัดซื้อเครื่องตรวจน้ำตาลจากบริษัทในราคาชุดละ 2,500 บาท เมื่อใช้แถบตรวจที่แถมมาหมด จึงต้องจัดซื้อแถบตรวจน้ำตาลมาแจกใหม่กว่า 600,000 แถบ ในราคาแถบละ 30-50 บาท ซึ่งแพงกว่าราคาทั่วไปถึง 2 เท่าจึงต้องการให้ดีเอสไอตรวจสอบความผิดปกติเหล่านี้ เพราะเชื่อว่าส่อไปในทางทุจริตและใช้อำนาจเกินหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข และวันเดียวกันนี้จะยื่นขอให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเข้าไปตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณด้วย

ขณะที่ อธิบดีดีเอสไอระบุว่า จะเรียกตัวแทนชมรมแพทย์ชนบทเข้าสอบปากคำอีกครั้ง จากนั้นจะพิจารณาว่าจำเป็นต้องเรียกตัวแทนกระทรวงสาธารสุขคนใดเข้าชี้แจงต่อไปหรือไม่

ที่มา: http://www.dailynews.co.th