นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้ปลุกปั้น รพ.บ้านแพ้ว

Sat, 2013-05-11 09:16 -- hfocus
Print this pagePrint this page

 

กำลังเผชิญมรสุมศึกหนัก สำหรับ นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เนื่องจากโดนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อวัตถุดิบยาพาราที่ไม่ผ่านคุณภาพและอาจมีการฮั้วประมูล และยังมี ข้อกล่าวหาเรื่องการก่อสร้างโรงงานวัคซีนล่าช้ารวมถึงปัญหายา โอเซลทามิเวียร์ ยาโคลพิโดเกรลหมดอายุ

นพ.วิทิต จบจากคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล รุ่นที่ 86 ก่อนจะออกไปทำงานใช้ทุนที่โรงพยาบาลชุมชน โดยเป็นรักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลฟากท่า อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ เมื่อปี2525 ต่อมาย้ายไปเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรอน อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ และต่อมาได้ปักหลักเป็นผู้อำนวยการ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จากที่เป็นโรงพยาบาลชุมชน ธรรมดา กลายมาเป็นโรงพยาบาลชุมชนแห่งแรก ที่บริหารในรูปแบบองค์การมหาชน รวมถึงใช้ระบบเหมาจ่าย 40 บาทรักษาทุกโรค ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ยุคนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย สมัยที่ 2 ก่อนที่จะเกิดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

ก่อนที่จะได้รับการสรรหาให้เป็นผู้อำนวยการเภสัชกรรม ในยุครัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ปี 2550 และได้รับคัดเลือก เป็นผู้อำนวยการสมัยที่ 2 หลังดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี โดย นพ. วิทิต ถูกขนานนามว่าเป็นกลุ่ม "แพทย์ชนบท" คนหนึ่ง เนื่องจากมีความสนิทสนมกับ นพ.วิชัย โชควิวัฒน อดีตประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม พี่ใหญ่ของกลุ่มแพทย์ชนบท นพ.วิทิต ได้รับความชื่นชมจากคณะกรรมการเนื่องจากทำให้ยอดขายยาและเวชภัณฑ์ของ อภ. พุ่งจาก 5,000 ล้านบาท เป็น 1.2 หมื่นล้านบาท

"ผมยืนยันว่า มีความตั้งใจในการบริหารงานที่องค์การเภสัช กรรม และในฐานะที่ผมเป็นแพทย์ ผมก็ต้องยึดความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก ทุกครั้งที่เกิดเหตุภัยพิบัติ เราได้สั่งสำรองยา และเวชภัณฑ์มาเตรียมไว้โดยตลอด โดยในช่วงมหาอุทกภัยปี 2554 ที่น้ำเกลือขาดแคลน อภ.ก็อยู่เบื้องหลังในการสั่งน้ำเกลือเพื่อช่วยผู้ป่วยไตวายโดยยอมขาดทุนจำนวนหนึ่ง" นพ.วิทิต กล่าว

ผู้อำนวยการ อภ. ยอมรับว่า ข่าวด้านลบส่งผลกระทบทำให้ หลายบริษัทที่ อภ.ทำธุรกิจด้วย ยกเลิก หรือเลื่อนนัดออกไปก่อนทำให้ อภ.สูญเสียรายได้ไปจำนวนหนึ่ง แต่สำหรับตัวเขาเองหลังจากนี้คงเจอวิบากกรรมหนัก เนื่องจากพระราชบัญญัติฮั้วประมูลที่ดีเอสไอยื่นให้ป.ป.ช.ตรวจสอบนั้น มีโทษอาญาจำคุก สูงสุดถึง 20 ปี นั่นหมายความว่า นพ.วิทิต ต้องต่อสู้คดีอีกยาว นาน ไม่นับรวมข้อกล่าวหาที่เหลือ ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนอีก

นพ.วิทิต เป็นผู้บริสุทธิ์จริง หรือเป็นไปอย่างที่ดีเอสไอกล่าวหา กาลเวลาหลังจากนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันที่ 11 พฤษภาคม 2556