วิจัยชี้'คลอดเอง'ที่บ้านปลอดภัยกว่า

Tue, 2013-06-18 10:16 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ผลการวิจัยของนักวิจัยจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่าหญิงตั้งครรภ์ที่วางแผนคลอดที่บ้านมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่าผู้ที่วางแผนคลอดที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ ทีมวิจัยต้องการเปรียบเทียบอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนของการทำคลอดที่บ้านกับการทำคลอดที่โรงพยาบาล ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศซึ่งมีอัตราการทำคลอดที่บ้านมากกว่าประเทศตะวันตกประเทศอื่นๆ จึงทำการศึกษากลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงต่ำจำนวน 146,000 คน ในจำนวนนี้มีหญิง 92,333 คน หรือคิดเป็น 63 เปอร์เซ็นต์ วางแผนทำคลอดที่บ้าน ขณะที่ผู้หญิงอีกจำนวน 54,419 คน หรือ 37 เปอร์เซ็นต์ วางแผนคลอดที่โรงพยาบาล ทำการวิเคราะห์ภาวะแทรกซ้อนโดยพิจารณาตัวแปรต่างๆ เช่น อายุ ชาติพันธุ์ รวมถึงการผ่าท้องคลอดและระยะไข้ใกล้คลอด

จากผลการวิเคราะห์ทีมวิจัยพบว่าความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงเช่นต้องเข้าห้องไอซียูหรือต้องถ่ายเลือดเป็นจำนวนมากสำหรับผู้ที่ทำคลอดที่บ้านอาจเกิดขึ้น 1 ราย จากทั้งหมด 1,000 ราย ในขณะที่ผู้ทำคลอดที่โรงพยาบาลมีโอกาสพบภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว 2.3 ราย จากทั้งหมด 1,000 ราย นอกจากนี้ การทำคลอดที่บ้านยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไม่รุนแรงเช่นการตกเลือดหรือการฉีกรกด้วยมือในอัตรา 19.6 ราย จากทั้งหมด 1,000 ราย ในขณะที่ผู้ที่ทำคลอดที่โรงพยาบาลมีความเสี่ยงดังกล่าว 37.6 ราย จากทั้งหมด 1,000 ราย

ทั้งนี้ ความปลอดภัยในการทำคลอดที่บ้านเปรียบเทียบกับการทำคลอดที่โรงพยาบาลนั้น เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมาก เนื่องจากความห่วงกังวลในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ในขณะที่มีการตั้งคำถามถึงการแนะนำให้หญิงที่ตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงต่ำไปทำคลอดที่โรงพยาบาล ซึ่งอาจทำให้ได้รับการรักษาทางการแพทย์ที่ไม่จำเป็นและอาจส่งผลกระทบที่เป็นอันตราย นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังพบว่าความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนของกลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่มอยู่ในระดับต่ำและไม่พบหลักฐานว่าการทำคลอดที่บ้านจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ความแตกต่างระหว่างทั้งสองกลุ่มจะมีนัยยะสำคัญเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่เคยคลอดบุตรมาก่อนแล้วเท่านั้น นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังระบุว่าผลการวิจัยดังกล่าวสามารถนำไปใช้ได้ในพื้นที่ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทำคลอดที่เชี่ยวชาญเพื่อการคลอดบุตรที่บ้าน รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการขนส่งในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินอย่างเพียงพอ

ที่มา : นสพ.มติชนวันที่ 18 มิถุนายน 2556