อนุมัติ92โรงพยาบาลรัฐ-เอกชนเข้าเป็นคู่สัญญารพ.ระบบประกันสังคม

Mon, 2013-06-24 19:36 -- hfocus
Print this pagePrint this page

บอร์ด กก.การแพทย์ สปส.อนุมัติ รพ.รัฐ-เอกชน 92 แห่งเข้าเป็น รพ.คู่สัญญาของ รพ.ระบบประกันสังคม เล็งหลังเดือน ต.ค.ประเมินค่าใช้จ่าย-ปัญหาจ่ายค่ารักษาตามระบบดีอาร์จี หากประเมินแล้วมีผลเสียมากกว่าผลดีพร้อมยกเลิกหันไปใช้รูปแบบเดิม

นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน (รง.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการการแพทย์ของ สปส.ได้มีมติเห็นชอบอนุม้ติให้โรงพยาบาลสังกัดหน่วยงานรัฐ โรงพยาบาลสังกัดโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลเอกชนจำนวนทั้งสิ้น 92 แห่ง เช่น รพ.ศิริราช รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.รรามาธิบดี รพ.ราชวิถี รพ.สงขลานครินทร์ รพ.มหานครเชียงใหม่ รพ.ราชวิถี รพ.พระมงกุฏเกล้า รพ.ตำรวจ รพ.เลิดสิน เป็นต้น มาเป็นโรงพยาบาลคู่สัญญาที่มีศักยภาพสูง (Supra Contractor) ซึ่งโรงพยาลในระบบประกันสังคมสามารถเข้าไปทำสัญญาเพื่อสามารถส่งผู้ป่วยไปเข้ารับการรักษาต่อได้โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ สปส.กำหนด คือ ใช้วิธีการจ่ายตามกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (ดีอาร์จี) เช่น โรคมะเร็ง โรคไต โรคปอดโดยจะจ่ายค่ารักษาตามระดับความรุนแรงของโรค (RW) หากมีค่า RW ตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไปจ่ายอยู่ที่ระดับละ 15,000 บาท

นพ.สมเกียรติ กล่าวอีกว่า กรณีที่ผู้ประกันตนที่มีระดับความรุนแรงของโรคอยู่ในระดับ RW2 ขึ้นไป แล้วเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลระบบประกันสังคม ผู้ประกันตนมีบัตรรับรองสิทธิอยู่ สปส.จะจ่ายค่ารักษาในอัตรา RW ละ 11,500 บาท หากโรงพยาบาลที่ผู้ประกันตนมีบัตรรับรองสิทธิส่งต่อผู้ป่วยไปให้โรงพยาบาลคู่สัญญา ช่วยรักษาต่อ สปส.จะจ่ายค่ารักษาให้โรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงที่ RW ระดับละ 15,000 บาท หากค่ารักษาทั้งหมดเกินกว่าวงเงินที่ สปส.กำหนดไว้ โรงพยาบาลในระบบประกันสังคมซึ่งเป็นผู้ส่งต่อผู้ประกันตน จะต้องจ่ายเงินส่วนต่างให้โรงพยาบาลคู่สัญญาเอง อย่างไรก็ตาม หากโรงพยาบาลในระบบประกันสังคมมีภาระค่ารักษาสูงมาก ก็ขอให้แจ้งต่อ สปส. เพื่อจะได้หาแนวทางช่วยเหลือ ทั้งนี้ หลังจากนี้ สปส.จะออกประกาศและแจ้งต่อโรงพยาบาลในระบบประกันสังคม โดยประกาศนี้จะให้มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556

"สปส.จะใช้วิธีการจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามดีอาร์จีต่อไปจนถึงเดือนตุลาคมนี้ หลังจากนั้นจะมาประเมินดูว่างบรองรับที่ตั้งไว้ 4,460 ล้านบาทต่อปี เพียงพอหรือไม่ รวมทั้งมีปัญหาอะไรบ้างที่จะต้องแก้ไข และคณะกรรมการการแพทย์ของ สปส.จะมาพิจารณาว่าควรใช้ระบบนี้ต่อไปหรือยกเลิกแล้วหันไปใช้การจ่ายเงินรูปแบบเดิม" นพ.สมเกียรติ กล่าว

--คมชัดลึก ฉบับวันที่ 25 มิ.ย. 2556 (กรอบบ่าย)--