สธ.เล็งใช้'ยาทำแท้ง'ถูกกม. มอบราชวิทยาลัยออกข้อบ่งชี้

คณะกรรมการพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์เตรียมเปิดทางใช้'ยาทำแท้ง'แก้ปัญหาท้องไม่พร้อม มอบราชวิทยาลัยแพทย์ศึกษา ออกมาตรการคุมเข้มก่อนไฟเขียว บุก'โซเชียลมีเดีย'เป็นสื่อเข้าถึงวัยโจ๋ แหล่งแจก-ซื้อขายอุปกรณ์ป้องกันการท้อง

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติ ว่า กลยุทธ์ในการแก้ปัญหาการท้องไม่พร้อมจะเน้นใน 3 เรื่องหลัก คือ 1.ให้ความรู้และการศึกษาที่ต่อเนื่องแก่เด็กและเยาวชนเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันการท้องไม่พร้อม รวมทั้งทำความเข้าใจกับผู้ใหญ่ว่าการห้ามไม่ให้เยาวชนมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องยาก แต่ต้องแนะนำแนวทางการป้องกันที่ถูกต้อง 2.การใช้โซเชียลมีเดียเป็นสื่อกลางในการช่วยให้เยาวชนเข้าถึงแนวทางการป้องกันทั้งการเข้าถึงบริการและอุปกรณ์การป้องกัน ซึ่งอาจจะใช้เป็นแหล่งใน การให้ความรู้ แจกฟรี หรือขายอุปกรณ์การป้องกัน เช่น ถุงยางอนามัย เพื่อแก้ปัญหาวัยรุ่นไม่กล้าเผชิญหน้าในการสอบถามข้อสงสัย

นพ.ประดิษฐกล่าวว่า และ 3.สถานที่ให้บริการแก่เยาวชน อาจจะต้อง พัฒนาให้อยู่นอกโรงพยาบาลเป็นคลินิกต่างๆ โดยให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น และรีแบรนด์ หรือเปลี่ยนชื่อใหม่ เป็นคลินิกสุขภาพวัยรุ่น เพราะหากใช้คลินิกอนามัยเจริญพันธุ์ อาจทำให้เด็กเยาวชนไม่กล้าเข้ามาใช้บริการ ในส่วน ของงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินการน่าจะมีจาก 2 ส่วน ได้แก่ งบประมาณส่งเสริมป้องกันโรคของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทั้งนี้ มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพัฒนาอนามัย เจริญพันธุ์ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการให้แล้วเสร็จก่อนนำกลับมาเสนอคณะกรรมการชุดนี้อีกครั้ง ภายใน 60 วัน

นพ.ประดิษฐกล่าวว่า คณะกรรมการได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพัฒนาระเบียบ กฎ และกฎหมายด้านอนามัยเจริญพันธุ์ทำการศึกษา ทบทวน กฎหมาย กฎ ระเบียบที่อาจเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงการคุมกำเนิดและการแก้ปัญหาท้องไม่พร้อม อาทิ การห้ามขายยายุติการตั้งครรภ์ แต่จะต้องหารือกับราชวิทยาลัยแพทย์ที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการออกข้อบ่งชี้ในการใช้ และมาตรการควบคุมที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา การนำยาชนิดนี้ไปใช้ในทางที่ผิด จากนั้นจึงจะพิจารณาว่าควรเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไปหรือไม่ อย่างไร เพราะ มีทั้งผลดีและผลเสีย

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 27 มิถุนายน 2556

ความคิดเห็นล่าสุด

พลิศาน์
1 วัน 10 ชั่วโมง ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

พลิศาน์
1 วัน 10 ชั่วโมง ago
กลับด้านบน