สธ.เตือนปฏิบัติธรรมระวังโรคประจำตัวกำเริบ

Wed, 2013-07-24 08:44 -- hfocus
Print this pagePrint this page

น.พ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ห่วงใยสุขภาพผู้ถือศีลในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวประชาชนจะไปทำบุญ เข้าวัด ถือศีล ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ ซึ่งบางรายไปแบบเช้าไป-เย็นกลับ บางรายไปแบบค้างคืน ขณะที่สถานปฏิบัติธรรมบางแห่งจัดให้มีการนั่งสมาธิติดต่อกันนานเป็นสัปดาห์ ซึ่งผู้ที่สามารถอยู่ปฏิบัติธรรมได้นานมักเป็นผู้สูงอายุ บางคนไม่แข็งแรง มีโรคประจำตัว จากสถิติที่ได้จากการคัดกรองประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 22.2 ล้านคน ในปี 2554 พบผู้ป่วยเบาหวาน 1.5 ล้านคนเศษ ส่วนใหญ่พบในผู้สูงอายุ นอกจากนี้พบผู้ป่วยความดันโลหิตสูง 2.6 ล้านคนเศษ ซึ่งบางรายมีภาวะภาวะแทรกซ้อนทางตา ทางไต ทางหัวใจ ทางสมองร่วมด้วย ดังนั้นกระทรวงสาธารฟณสุขจึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขดูแลสุขภาพของผู้ปฏิบัติธรรมโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว

ด้าน ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขอให้ผู้ปฏิบัติธรรมให้ความสนใจการการปฏิบัติธรรมควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพ ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ ดื่มน้ำ และพักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปปฏิบัติธรรม เพื่อลดความกังวลเกี่ยวกับอาการที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น อาการช็อก น้ำตาลต่ำ หรือน้ำตาลสูง อาการวูบ ปวดศีรษะ ก่อนไปปฏิบัติธรรมเป็นเวลานานผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ควรปฏิบัติดังนี้ 1.ตรวจสุขภาพร่างกายโดยละเอียดว่ามีโรคแทรกซ้อนหรือไม่ หากมีโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคไต ไม่ควรไปปฏิบัติธรรมไกลบ้านครั้งละนานๆ นอกจากนี้ต้องมั่นใจว่าสามารถควบคุมเบาหวานความดันได้ดี 2.ควรจัดเตรียมถุง หรือกล่องใส่ยา พร้อมอุปกรณ์ เช่น ยาเม็ดลดน้ำตาล หรืออินซูลิน แถบตรวจน้ำตาลในปัสสาวะ ลูกอม น้ำผลไม้สำหรับรักษาภาวะทางน้ำตาล ยาความดันโลหิตสูง หรือยาประจำตัวต่างๆ เป็นต้น ควรเตรียมไว้ 2 ชุด คือ ชุดหนึ่งใส่ในกระเป๋าเดินทาง อีกชุดหนึ่งติดตัวไว้ตลอดเวลาไว้ในกระเป๋าเสื้อ หรือกระเป๋ากางเกง 3.ทำบัตรแสดงตัวว่าเป็นเบาวาน/ความดัน ซึ่งควรมีรายละเอียดของการได้รับยาอะไรเป็นประจำ และต้องมีการช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างไร บัตรนี้ควรติดตัวอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามผู้ที่มีโรคประจำตัวควรมีเพื่อนไปร่วมปฏิบัติธรรมด้วย และที่สำคัญต้องรับประทานยาให้ครบตามแพทย์สั่งและหมั่นสังเกตอาการตัวเองด้วย

ที่มา: http://www.banmuang.co.th