เคาะบัตรสุขภาพต่างด้าว2,800ต่อหัวเว้นมะเร็ง-ไต

Tue, 2013-08-13 08:39 -- hfocus
Print this pagePrint this page

นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำบัตรประกันสุขภาพคนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยว่าขณะนี้มีการเคาะราคาเรียบร้อยแล้ว อยู่ที่อัตรา 2,800 บาท จากเดิมอยู่ที่ 1,300 บาท โดยให้สิทธิ์ในการตรวจร่างกาย และให้ยาต้านไวรัสเอชไอวีเพิ่มเติมตามหลักมนุษยธรรม เพราะคนเหล่านี้เข้ามาสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเหมือนกัน อีกทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาด้านสาธารณสุขด้วย หากไม่ทำอาจจะมีปัญหาโรคระบาดในประเทศไทยตามมา ถือเป็นสิทธิ์ใกล้เคียงกับคนไทยในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ไม่ให้สิทธิ์ในการล้างไต การรักษาโรคมะเร็ง

โดยกระทรวงแรงงานได้ประกาศออกไปแล้วว่าให้นายจ้างที่มีลูกจ้างเข้ามาทำงานในประเทศไทยมารายงานและลงทะเบียนเพื่อที่จะได้นำคนต่างด้าวเหล่านั้นเข้าระบบประกันสังคม โดยไม่ต้องพิสูจน์สัญชาติ ซึ่งขณะนี้ทราบว่ามีอยู่ประมาณ 200,000 คน นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการดูแลผู้ ติดตามก็ต้องซื้อประกันสุขภาพเช่นเดียวกัน ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ เก็บวันละ 1 บาท หรือ 365 บาทต่อปี เพื่อการมีส่วนร่วมในการรักษาพยาบาลเช่นเดียวกับที่คนไทยเสียภาษีในฐานะคนไทยไปแล้ว

"การลงทะเบียนแรงงานต่างด้าวนั้น ผมเสนอไปว่าน่าจะมีการพิมพ์มือ ถ่ายรูปด้วยเพื่อลดปัญหาอาชญากรรมของเรา เมื่อทำอย่างนี้แล้วเขาก็ได้ใบอนุญาตทำงาน และภรรยาก็จะสามารถอยู่ในเมืองไทยต่อได้ในฐานะผู้ติดตาม แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าต้องมาซื้อประกันสุขภาพจากเรา แต่เราจะทำเป็นสเกลใหญ่ เพราะเชื่อว่ายังมีคนหลายคนซึ่งมาทำงานแบบรายวัน นายจ้างเลยไม่ได้พามารายงานตัวและขึ้นทะเบียน"นพ.ประดิษฐระบุ

อย่างไรก็ตาม ต้องมีการตรวจร่างกายก่อนเพื่อคัดกรองเบื้องต้น เนื่องจากเราไม่ได้ดูแลสุขภาพมาตั้งแต่เริ่ม อาจจะมีปัญหาเรื่องโรคระบาด แต่เมื่อเข้าสู่ระบบแล้วไม่จำเป็นต้องมาตรวจทุกปี ยกเว้นว่าหากประกันขาดต้องมาตรวจสุขภาพใหม่

รมว.สาธารณสุขกล่าวว่าในวันที่ 14 ส.ค. จะมีการแจกบัตรประกันสุขภาพ 365 บาท สำหรับผู้หญิงไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือระบบประกันสังคม สามารถมาฝากครรภ์ได้ฟรีที่โรงพยาบาลของรัฐ เนื่องจากต้องการเน้นในเรื่องการดูแลแม่และเด็ก ซึ่งต้องได้รับการฝากครรภ์ ตรวตครรภ์อย่างถูกต้องอย่างน้อย 4 ครั้ง และคลอดในห้องคลอดที่ได้มาตรฐาน ส่วนคนต่างด้าวจะต้องซื้อบัตรนี้

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์  วันที่ 13 สิงหาคม 2556