ส่งต่อรักษาเขตอิสานไร้รอยต่อ

อิสานจัดแลกเวทีเปลี่ยนเรียนรู้ “การพัฒนาบริการเครือข่ายอิสานไร้รอยต่อ” เน้นพัฒนาระบบส่งต่อ – รับกลับ ผู้ป่วย 6 กลุ่มโรคร้ายแรง หวังลดอัตราตาย เพิ่มการเข้าถึงบริการ

วันที่ 20 -21 สิงหาคม 2556  ณ  โรงแรมพูลแมน ขอนแก่นราชาออร์คิด อ.เมือง จ.ขอนแก่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)  4 เขตภาคอีสาน (สปสช. เขต 7 ขอนแก่น, สปสช. เขต 8 อุดรธานี , สปสช. เขต 9 นครราชสีมา , สปสช. เขต 10 อุบลราชธานี) ร่วมกับโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดประชุมวิชาการ “การพัฒนาบริการเครือข่ายอีสานไร้รอยต่อ”  ซึ่งในงานประกอบด้วยนิทรรศการผลงานดีเด่นจากเครือข่ายบริการ และการเสวนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้เกิดความสำเร็จในการทำงานสร้างเครือข่าย    

รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร ประธานคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานระหว่างเครือข่ายและระดับเขต การส่งเสริมศักยภาพการดูแลผู้ป่วยแต่ละเครือข่าย ตามความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการ  โดยเครือข่ายบริการที่สำคัญที่นำเสนอได้แก่  เครือข่ายโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด ST elevated (STEMI) เครือข่ายโรคมะเร็ง (Cancer) เครือข่ายโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน(Stroke) เครือข่ายบริการทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อย (New born) เครือข่ายจิตเวช (Psychosis) และเครือข่ายการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care) 

นพ.วีระวัฒน์ พันธุ์ครุฑ รองเลขาธิการสปสช.  กล่าวว่านโยบายการสนับสนุนของ สปสช. ในการสร้างเครือข่ายโรคที่มีอัตราตายสูงและกลุ่มโรคที่มีปัญหาในพื้นที่นั้น เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2552   โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยบริการในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ผ่าน สปสช.เขต เพื่อพัฒนาระบบเครือข่ายบริการทั้งการส่งต่อ และส่งกลับที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง เริ่มต้นจาก 4 เครือข่ายสำคัญ ได้แก่ เครือข่ายโรคหัวใจและหลอดเลือด เครือข่ายโรคมะเร็ง เครือข่ายโรคหลอดเลือดสมอง และเครือข่ายบริการทารกแรกเกิด ต่อมาในปีงบประมาณ 2553 มีการขยายการพัฒนาเครือข่ายที่สำคัญเพิ่มเติม ได้แก่ เครือข่ายบริการบาดเจ็บที่ศีรษะ เครือข่ายการดูแลแบบประคับประคอง เครือข่ายบริการจิตเวช

การสนับสนุนนั้นมีทั้งการพัฒนาศักยภาพหน่วยบริการ พัฒนามาตรฐานหน่วยบริการ และการกำกับติดตาม รวมทั้งการสนับสนุนงบประมาณในการรักษาพยาบาลตามระบบปกติ และตามข้อกำหนด เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง   ผ่าตัดหัวใจ การใส่สายสวนหัวใจ ทารกแรกเกิด จิตเวช เป็นต้น และยังมีการสนับสนุนงบประมาณชดเชยเพิ่มเติม  ทำให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่มีคุณภาพ เป็นไปตามตามมาตรฐานการรักษา อัตราการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยแต่ละกลุ่มมากขึ้น และอัตราการตายน้อยลง เช่น

1.อัตราการได้รับยาละลายลิ่มเลือดในผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เพิ่มขึ้นจากปี 2552 มีมีอัตรา 27.67 % เป็น 61.68% ในปีงบประมาณ 2556 (ช่วงตุลาคม 2555 – กุมภาพันธ์ 2556)

2. ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัดในโรงพยาบาลในจังหวัด เพิ่มขึ้นจาก ปี 2553 54.10% เป็น 61.32% ในปีงบประมาณ 2556  

3. อัตราการได้รับยาละลายลิ่มเลือดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน จาก 0.18% ในปี 2552 เพิ่มเป็น 2.67% ในปีงบประมาณ 2556  

4. ลดอัตราการตายของเด็กแรกคลอดที่มีน้ำหนักอยู่ระหว่าง 1,500 – 2,499 กรัม (เสียชีวิตภายใน 28 วัน) จากเดิม 1.11% ปี 2554 เป็น 1.02% ในปีงบประมาณ 2556

5. เพิ่มการเข้าถึงยามอร์ฟีนเพื่อบรรเทาอาการที่บ้าน ของผู้ป่วยระยะสุดท้าย (Palliative Care) ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จากเดิมปี 2555 จำนวน  5,305 คน  ในขณะที่ปีงบประมาณ 2556 ช่วงครึ่งปีแรก มีผู้ได้รับแล้วจำนวน 4,846 คน

นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ สาธารณสุขนิเทศก์ เครือข่ายบริการที่ 7 กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าการพัฒนาบริการเครือข่ายอีสานไร้รอยต่อ สอดคล้องกับนโยบายการจัดทำแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service plan) ซึ่งเป็นนโยบายที่มีความสำคัญต่อสุขภาพของประชาชนทั่วทั้งประเทศ โดยนำแนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกันภายในเขตสุขภาพ โดยยึดแนวทางการพัฒนาที่มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเขตสุขภาพ ทั้งในด้าน ความรู้ ทักษะ ด้านบุคลากร และอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงระบบการส่งต่อแบบเป็นพี่น้องกัน เพื่อรักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายที่มีศักยภาพที่สูงกว่าโดยบริการเบ็ดเสร็จภายในเขตสุขภาพ  ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสภาพ  โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เช่น โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โรงพยาบาลประจำจังหวัด

ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า  การดำเนินงานร่วมกันระหว่าง สปสช. สธ. และหน่วยงานวิชาการ โดยเฉพาะคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาลทุกระดับ จะทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่าย  รวดเร็ว ลดเวลารอคอยการรักษา มีความอบอุ่นใจ ใกล้บ้าน ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาในที่ห่างไกล และได้รับบริการที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมทั้งมีความเชื่อมั่นกับบริการการรักษาพยาบาลที่รัฐจัดให้

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

ความคิดเห็นล่าสุด

สมยศ ศุภกิจไพบูลย์
10 ชั่วโมง 21 นาที ago
สุรศักดิ์
13 ชั่วโมง 58 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

สมยศ ศุภกิจไพบูลย์
10 ชั่วโมง 21 นาที ago
สุรศักดิ์
13 ชั่วโมง 58 นาที ago
กลับด้านบน