รัฐบาลผุด'เคลียริ่งเฮ้าส์'เบิกจ่ายค่ารักษา3กองทุน

Tue, 2013-09-17 06:32 -- hfocus
Print this pagePrint this page

หนังสือพิมพ์มติชน - สธ.เล็งยุบ'สำนักงานกลางสารสนเทศบริการสุขภาพ' ตั้งองค์กรอิสระ'เคลียริ่ง เฮ้าส์' เบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล 3 กองทุน ภายในปี 2558

เมื่อวันที่ 16 กันยายน นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แถลงความคืบหน้าการดำเนินการธุรกรรมการเบิกจ่ายและระบบข้อมูลบริการสาธารณสุขระดับชาติ (National Clearing House) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อจะได้มีการบริหารค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพอย่างเป็นระบบ ว่าหลังจาก สปสช.เป็นหน่วยงานกลางเบิกจ่ายการให้บริการฉุกเฉินใน 3 กองทุนสุขภาพ ประกอบด้วย หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสังคม และสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ โดยสำรองจ่ายให้โรงพยาบาลต่างๆ และเรียกเก็บภายหลังนั้น ล่าสุด รัฐบาลมีแผนตั้งสำนักงานกลางจัดการธุรกรรมการเบิกจ่ายและระบบข้อมูลบริการสาธารณสุข หรือเคลียริ่ง เฮ้าส์ เพื่อให้การทำงานเป็นอิสระ และรองรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น

"การตั้งสำนักงานกลางฯเบิกจ่ายเป็นเรื่องจำเป็น เพราะหากให้ สปสช.ทำหน้าที่เพียงองค์กรเดียว แต่ดูแลทั้ง 3 กองทุน อาจถูกข้อครหาว่าไม่เป็นกลาง ดังนั้น ภายในปี 2558 จะมีการจัดตั้งสำนักงานกลางฯ แยกตัวเป็นหน่วยงานอิสระ ส่วนงบประมาณจะต้องหารือกันอีกครั้ง" นพ.วินัยกล่าว

แหล่งข่าวกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า เดิมหน่วยงานประมวลข้อมูลการเบิกจ่ายเงินให้กองทุนต่างๆ มี 2 ส่วน คือสำนักงานกลางสารสนเทศบริการสุขภาพ (สกส.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลคนไข้ในสิทธิประกันสังคม และสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ และจ่ายเงินให้แก่โรงพยาบาลตามสิทธิ ขณะที่ สปสช.จะทำหน้าที่เบิกจ่ายเงินให้เฉพาะคนไข้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่เมื่อมีสำนักงานกลางฯ จะต้องมีการปรับระบบข้อมูลใหม่ และยุบ สกส.

นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามแผนการจะต้องมีการจัดตั้งสำนักงานกลางฯ และออกเป็นพระราชกฤษฎีกาเพื่อให้เป็นองค์กรอิสระ โดยเตรียมงบประมาณ 18 ล้านบาท สำหรับดำเนินการ แต่ยังมีปัญหาเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างเพราะเป็นเพียงสำนักงานชั่วคราวเท่านั้น

"ส่วนเรื่องคลิปเสียงที่เป็นข่าวนั้น ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้จะถูกหยิบยกมาเป็นเรื่องการเมืองได้อย่างไร และไม่ได้เป็นความลับ เพราะเรื่องนี้จำเป็นต้องดำเนินการให้ได้ภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ผมสั่งให้เดินหน้าจริง เพราะเป็นเรื่องด่วน หากยังไม่เริ่มเดินหน้า จะทำให้ระบบมีปัญหา งานก็ล่าช้า จึงต้องเริ่มตั้งแต่บัดนี้เพื่อทดลองระบบ และออกพระราชกฤษฎีกาภายในเดือนมีนาคม 2557 จากนั้นก็จะเป็น กระบวนการตั้งองค์กรในอีก 1-2 เดือน และทดสอบระบบ ไม่จำเป็นต้องมีคลิปใดๆ ให้ผมพูดใหม่อีกครั้งก็เหมือนเดิม เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน" นพ.ประดิษฐกล่าว

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน  วันที่ 17 กันยายน 2556