กรมควบคุมโรค จัดประชุมวิชาการไข้เลือดออกนานาชาติเผย 6 เครื่องมือพิชิตไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ

Tue, 2013-10-29 06:35 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สยามรัฐ - นายแพทย์วิชัย เทียนถาวร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรคและศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานคณะกรรมการวิทยาศาสตร์การจัดประชุมไข้เลือดออกนานาชาติฝ่ายไทยเปิดประชุมไข้เลือดออกนานาชาติครั้งที่ 3 ปีนี้ ในประเด็น "ไข้เลือดออกเดงกี่โลก: ความท้าทายและพันธสัญญาร่วมกัน (Global Dengue:Challenges and Promisese) โดยมีนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญไข้เลือดออกกว่า40 ประเทศ ร่วมประชุมกว่า 700 คน เพื่อหาแนวทางควบคุมป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพ ณ โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ ปาร์ค กรุงเทพฯ

นายแพทย์วิชัย เทียนถาวร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก ได้รายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออกว่าเป็น 1 ใน 40 โรคที่หวนกลับมาแพร่ระบาดใหม่ และกำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขในกว่า 100 ประเทศ โดยมีผู้ติดเชื้อทั่วโลกปีละกว่า50-100 ล้านคน กว่าครึ่งต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล ในจำนวนนี้เสียชีวิตปีละกว่า 25,000 ราย และมีประชากรเสี่ยงต่อการเป็นไข้เลือดออกปีละประมาณ 2,500 ล้านคน โดยพบว่าเชื้อโรคไข้เลือดออกมีการพัฒนาตัวและระบาดไปยังพื้นที่ใหม่ๆ รวมทั้งเกิดในประเทศในแถบหนาวด้วย

ทั้งนี้ โรคไข้เลือดออกจัดเป็นโรคประจำถิ่นที่มีความรุนแรงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ มี 4 สายพันธุ์ คือ1, 2, 3 และ 4 การติดเชื้อชนิดนี้สายพันธุ์หนึ่ง จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์นั้น ตลอดไป แต่จะสามารถป้องกันข้ามไปยังสายพันธุ์อื่นได้เพียงชั่วคราว โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันและไม่มียารักษาโดยเฉพาะจึงทำให้มีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตทุกปี ส่วนใหญ่เป็นเด็กซึ่งปัญหาหลักที่ทั่วโลกเผชิญคือการเข้าถึงการรักษาล่าช้า

"ขณะนี้องค์การอนามัยโลกได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระหว่าง พ.ศ.2551-2558 เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากกว่าร้อยละ 70 ของผู้ติดเชื้อทั่วโลก เพื่อลดการเสียชีวิตให้ต่ำกว่าร้อยละ 1 และลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงต่อปีร้อยละ 20 เพิ่มความร่วมมือการควบคุมป้องกันโรคที่รวดเร็ว แลกเปลี่ยนความรู้ใหม่ๆ ที่นักวิจัยได้คิดค้นขึ้นแต่ละประเทศมีแผนป้องกันโรคภายในประเทศและป้องกันการแพร่ระบาดไปประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยได้ดำเนินการณรงค์ป้องกันควบคุมโรคอย่างเต็มที่จนจำนวนผู้ป่วยใหม่รายสัปดาห์มีอัตราลดลงอย่างต่อเนื่อง"

ด้านนายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การจัดประชุมไข้เลือดออกนานาชาติในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะนำแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยและนักวิชาการ เปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ ได้นำความรู้และประสบการณ์ในการดำเนินงานป้องกันควบคุมไข้เลือดออกที่มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์มานำเสนอ เพื่อพัฒนามาตรการป้องกันควบคุมโรค รวมทั้งก่อให้เกิดความร่วมมือในสาขาต่างๆ นำไปสู่การลดปัญหาไข้เลือดออกได้ในที่สุด โดยสถานการณ์ไข้เลือดออกในประเทศไทยในปีนี้ ถือเป็นสถานการณ์ที่รุนแรงในรอบ 20 ปี โดยข้อมูลตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2556 ไทยมีผู้ป่วยไข้เลือดออก 135,344 ราย เสียชีวิต 126 ราย มาตรการที่ไทยใช้ในการยับยั้งสถานการณ์ความรุนแรงการระบาด และได้ผลดีขึ้นเรื่อยๆ ได้แก่การตั้งศูนย์ปฏิบัติการทุกจังหวัดและทุกอำเภอ มีการส่งทีมควบคุมโรคไข้เลือดออกให้มีครอบคลุมและทันเวลา และรณรงค์อย่างต่อเนื่องทั้งในชุมชน โรงเรียน วัดและมัสยิด ทำให้จำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานผู้ป่วยสัปดาห์ละ8,000 รายขณะนี้มีรายงานไม่ถึงสัปดาห์ละ 2,000 ราย คาดว่าสถานการณ์โรคไข้เลือดออกจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่โรคนี้จะต้องทำต่อเนื่อง โดยเฉพาะการควบคุมยุงลาย ซึ่งเป็นตัวการแพร่เชื้อหลัก ต้องตัดวงจรไม่ให้ยุงมีที่วางไข่และตัดวงจรไม่ให้ลูกน้ำยุงกลายเป็นตัวยุงบินไปกัดคนได้

สำหรับการจัดประชุมวิชาการปีนี้จะมีการบรรยายองค์ความรู้ใหม่ๆในการพิชิตโรคไข้เลือดออก 6 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.วัคซีนไข้เลือดออก2.กลไกของสารต่อต้านไวรัสโรคไข้เลือดออกที่จะนำมาต่อยอดเป็นองค์ความรู้ในการผลิตยาต้านไวรัสไข้เลือดออก 3.เทคโนโลยีใหม่ในการตรวจวินิจฉัยโรค ให้รู้เร็วและสามารถใช้คาดการณ์ระดับความรุนแรงของโรคได้ 4.นวัตกรรมการควบคุมยุงลาย 5.ระบาดวิทยาที่สำคัญของไข้เลือดออก และ 6.กระบวนการขับเคลื่อนพลังสังคมในการรณรงค์ต่อสู้กับโรคไข้เลือดออกในชุมชน ซึ่งประเทศไทยได้ทำการศึกษาวิจัยโรคไข้เลือดออกมานานไม่ต่ำกว่า 50 ปี และไทยมีแพทย์ นักวิทยาศาสตร์นักวิชาการที่ผลิตองค์ความรู้โรคนี้ซึ่งเป็นประโยชน์แก่สังคมและทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ขณะเดียวกันที่ประชุมวิชาการปีนี้จะมีการบรรยายจากนักวิชาการทั่วโลกรวมกว่า 70 เรื่อง ซึ่งจะทำให้ทราบองค์ความรู้ใหม่ๆที่จะเกิดประโยชน์กับการแพทย์และสาธารณสุข ในการจัดการปัญหาโรคไข้เลือดออกได้เป็นอย่างดี

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ  วันที่ 29 ตุลาคม 2556