อาสาสมัครสาธารณสุข คอร์รัปชันระดับท้องถิ่น

Fri, 2013-11-01 07:46 -- hfocus
Print this pagePrint this page

โลกวันนี้วันสุข - มีคำถามจากชาวอำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ว่าต้อง การรู้เรื่องพม่าว่าตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว คำตอบนี้ผู้เขียนได้ร่วมระดมความคิดในเวที Think Tank เรื่อง "ยุทธศาสตร์ของพม่าต่อจีนในยุคบูรพาภิวัฒน์" จัดโดยสถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ วิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต โดยมีนายพิษณุ สุวรรณะ ชฎ เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่าง กุ้ง สหภาพพม่า ร่วมให้ความคิดเห็นด้วย

ข้อมูลที่ได้รับมีหลายประ เด็นที่น่าสนใจ เช่น กลุ่มประ เทศอาเซียนมีพม่าและเวียด นามเพียง 2 ประเทศเท่านั้นที่ มีหิมะ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชนพม่ามีประมาณร้อยละ 5 ขณะที่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของไทยมีประมาณร้อยละ 37 พม่าสอนให้ประชา ชนคิดแบบมีเหตุมีผลและมองไทยเป็นต้นแบบการพัฒนาประเทศ และภายหลังพม่าเปิดประเทศ ทำให้มีนักท่องเที่ยวไทยไปพม่าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 122 ไทยจึงควรหาโอกาสจับมือกับพม่าในการวางแผนการท่องเที่ยวร่วมกัน เพราะพม่ามีเมืองท่องเที่ยวหลายเมือง ประเด็นเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์และความรู้ได้บ้าง

ฉบับนี้ขอพูดถึงบุคลากรทางสาธารณสุขอีกประเภทหนึ่งกับมุมมองความเสี่ยงด้านคอร์ รัปชันที่อาจเกิดขึ้นคือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่ บ้าน (อสม.)อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเป็นรูปแบบหนึ่งของการมีส่วนร่วมของประชา ชนในการดูแลสุขภาพตนเอง ครอบครัว และชุมชน ผ่านกระ บวนการอบรมให้ความรู้จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520

บุคคลที่จะเป็น อสม. จะคัดเลือกจากชาวบ้านในแต่ละกลุ่มบ้านให้มาอบรมตามหลัก สูตรที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยมีบทบาทในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติ กรรมสุขภาพอนามัย (Change agents) การสื่อข่าวสารสา ธารณสุข การแนะนำเผยแพร่ความรู้ การวางแผนและประ สานกิจกรรมพัฒนาสาธารณสุข ตลอดจนให้บริการสาธารณสุขด้านต่างๆ เช่น การส่งเสริมสุขภาพ การเฝ้าระวังและป้องกันโรค การช่วยเหลือและรักษาพยาบาลขั้นต้น โดยใช้ยาและเวชภัณฑ์ตามขอบเขตที่กระ ทรวงสาธารณสุขกำหนด การส่งต่อผู้ป่วยไปรับบริการ การฟื้น ฟูสภาพและจัดกิจกรรมพัฒนาสุขภาพภาคประชาชนในหมู่ บ้านหรือในชุมชน โดย อสม. ในแต่ละหมู่บ้านหรือแต่ละชุม ชนจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับจำ นวนหลังคาเรือนของหมู่บ้านหรือ ชุมชนนั้นๆ โดยทั่วไปจะมี อสม. ประมาณ 10-20 คนต่อหมู่บ้าน

มีความกังวลจากบุคลากรด้านสาธารณสุขว่า ทางทฤษฎีนั้น อสม. จะเป็นตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุขที่แสดงบทบาทเชิงรุกในการเข้าถึงหมู่ บ้านหรือชุมชน แต่ในทางปฏิ บัติกลับพบว่าผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานจะขึ้นอยู่กับความ ใส่ใจการทำหน้าที่ของ อสม. เองด้วย เพราะในชุมชนที่ อสม. เห็นความสำคัญในสุขภาพของประชาชนนั้นก็จะใส่ใจเข้าร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นประจำ มีการตรวจสุขภาพประชาชน รวมทั้งจัดกิจกรรมต่างๆร่วมกับคนในชุมชน

แต่บางชุมชนยังต้องการการดูแลส่งเสริม อบรมทักษะและความรู้ให้ อสม. สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิ ภาพ บางชุมชนจัดโครงการที่ไม่น่าเกิดประโยชน์มากนัก ตัว อย่างเช่น โครงการพา อสม. ไปอบรมต่างจังหวัด เนื่องจากมักเป็นการไปทัศนศึกษาเสียส่วนมาก รวมทั้งผู้เข้าร่วมโครงการมักเป็นญาติพี่น้องของ อสม. นั่นเอง ทำให้ผลการดำเนินงานที่จะเกิดกับชุมชนไม่ประสบผลแต่อย่างใด

เมื่อกล่าวถึงโครงการต่างๆ ทำให้ต้องโยงถึงเรื่องงบประมาณ ที่จัดสรรให้กับชุมชน ซึ่งมีความเสี่ยงในเรื่องคอร์รัปชันอย่างยิ่ง เพราะชุมชนใดมีความสัมพันธ์กับผู้มีบทบาทในการพิจารณางบประมาณให้กับท้องถิ่นมากเท่าใด โอกาสที่จะได้รับงบประ มาณมากกว่าชุมชนอื่นก็มีมาก

ดังนั้น ในการเลือกตั้งแต่ละระดับจึงเกิดการซื้อเสียงเพื่อให้ได้คนของตนเข้าไปทำ งาน ทั้งเรื่องการรับรู้ของประ ชาชนในท้องถิ่นเกี่ยวกับจริย ธรรมของนักการเมืองท้องถิ่นก็มีไม่มากนัก ทำให้บางคนมองว่าการซื้อเสียงเป็นเสมือนบุญคุณต้องทดแทน จึงเปิดโอกาสให้เลือกพวกพ้องเข้ามาทำหน้า ที่โดยง่าย และนำไปสู่การคอร์ รัปชันทุกระดับในที่สุด

จากที่กล่าวมาจะเห็นปัญ หาหลักๆ 2 ปัญหาคือ เรื่องอา สาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและปัญหาการคอร์รัปชันในท้องถิ่น ทั้ง 2 เรื่องเกี่ยว ข้องกัน หากไม่มีการคอร์รัปชัน งบประมาณต่างๆก็จะเข้ามามากขึ้น นำไปพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญหลายๆด้าน รวมทั้งงานด้านสาธารณสุข

แนวทางแก้ไขจึงควรแก้ ไขปัญหาคอร์รัปชันก่อนไม่ว่าจะเป็นระดับใดก็ตาม อาจเริ่มจากการกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งให้เหมาะสม ตรวจสอบข้อมูลภูมิหลัง และที่สำคัญควรมีการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่เข้มแข็ง มีบทลงโทษจริง จัง ส่วนการปลูกฝังความซื่อ สัตย์สุจริตให้คนรุ่นหลังก็เป็นสิ่งที่ดี แต่วิธีการอาจปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมมากขึ้น ทำอย่างไรให้เด็กได้ความรู้ความเข้าใจเรื่อง ที่ต้องการจะสื่อ นั่นเป็นสิ่งที่ต้องคิดต่อไป

อีกเรื่องคือการปลูกฝังเรื่อง สิทธิหน้าที่ในการมีส่วนร่วมทาง การเมืองและท้องถิ่นของตน รับรู้ถึงผลเสียการซื้อสิทธิขายเสียงว่าต้องเสียผลประโยชน์อะไรบ้าง เสียสิทธิอะไรบ้าง เพื่อ ให้ตระหนักและเห็นความสำคัญ มากขึ้น เรื่องนี้แม้ต้องใช้เวลาพอ สมควร แต่ถ้าเราสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ แต่ละชุมชนก็จะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่

หากไม่มีคอร์รัปชันงบประมาณ จะเข้ามามากขึ้น  นำไปพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญรวมทั้งด้านสาธารณสุข

ที่มา--โลกวันนี้วันสุข ฉบับวันที่ 2 - 8 พ.ย. 2556--