สศช.ชงครม.อนุมัติ6.3 พันล้านแก้ปัญหา'มาบตาพุด'ครบวงจร

Thu, 2013-11-07 09:50 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรุงเทพธุรกิจ - "ยิ่งลักษณ์"นำคณะตรวจเยี่ยมนิคมฯมาบตาพุด กำชับเสนอแผนครบวงจรให้ครม.พิจารณา ด้านสศช.เสนอแผนงาน 99 โครงการในช่วง 5 ปี วงเงิน 6.3 พันล้านบาท

วานนี้(6 พ.ย.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้นำคณะตรวจเยี่ยมนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง เพื่อติดตามการจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาครบวงจร ซึ่งต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า แนวทางการแก้ไขปัญหามาบตาพุดมี 8 แนวทาง เช่น ลดและกำจัดมลพิษอย่างต่อเนื่อง มุ่งสู่สิ่งแวดล้อมสะอาด  การยกระดับสาธารณสุขและคุณภาพการศึกษา การพัฒนาขีดความสามารถด้านโครงสร้างพื้นฐาน

นอกจากนั้น ยังรวมถึงการบริหารจัดการแบบบูรณาการ แยกออกเป็นโครงการภายใต้แผนการแก้ไขปัญหามาบตาพุดอย่างครบวงจร (ฉบับปรับปรุง) ประกอบด้วยแผนงาน 99 โครงการ วงเงินงบประมาณ ปี 2555-2559 จำนวน 6,363.14 ล้านบาท โดยโครงการเร่งด่วนจะเน้นแก้ไขปัญหามลพิษ อุบัติภัยฉุกเฉิน ขยะมูลฝอย การกัดเซาะชายฝั่ง การเจ็บป่วย การบริการสาธารณสุข และปัญหาการคมนาคมแออัด จำนวน 8 โครงการ วงเงิน 677.62 ล้านบาท

สำหรับแผนพัฒนาในระยะต่อไปคือการพัฒนาสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ มีจุดมุ่งหมายของเสียเป็นศูนย์ โดยนำของเสียจากอุตสาหกรรมประเภทหนึ่งมาแปรเป็นวัตถุดิบของอุตสาหกรรมอีกประเภทหนึ่ง โดยยึดหลักการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างสมดุลและยั่งยืน ผ่านหลักการ 3R คือ Reduce Reuse Recycle

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอให้นำแผนการแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจรมารวมเป็นแผนเดียวกันเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป ส่วนงบประมาณดำเนินโครงการเร่งด่วน ให้พิจารณานำงบประมาณของกระทรวงปี 2557 มาจัดสรรก่อน หากไม่เพียงพอให้ใช้งบประมาณปี 2558

หลังจากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์รับฟังการบรรยายสรุปของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) โดยกำชับให้เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันรั่วและหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก และให้บริษัทจัดทำแผนลำดับขั้นตอนกรณีเกิดอุบัติเหตุให้ชัดเจน พร้อมเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ต้องพัฒนานิคมฯมาบตาพุดให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 7 พฤศจิกายน 2556