แรงงาน1.3แสนเฮรับเงินชราภาพปี57

Mon, 2013-11-11 09:28 -- hfocus
Print this pagePrint this page

เดลินิวส์ - เมื่อวันที่ 10 พ.ย. นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ปี 2557 เป็นปีแรกที่ สปส.จะจ่ายเงินสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพทั้งที่เป็นเงินบำนาญและเงินบำเหน็จจากเดิมที่ผ่านมาจ่ายแค่เงินบำเหน็จเท่านั้น ซึ่ง สปส. คาดการณ์ว่าจะมีผู้ประกันตนที่มีอายุเกิน 55 ปีซึ่งเกษียณอายุจากการทำงานที่ได้รับสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพกว่า 1.3 แสนคน ซึ่งในจำนวนนี้ร้อยละ 70 จะรับเป็นเงินบำเหน็จเพราะส่งเงินสมทบไม่ครบ 180  เดือน อีกร้อยละ 30 จะรับเป็นเงินบำนาญเนื่องจากส่งเงินสมทบครบ 180  เดือนโดยต้องจ่ายเงินกองทุนประกันสังคมออกไปทั้งหมดกว่า 8 พันล้านบาท

รองเลขาธิการ สปส. กล่าวอีกว่า สปส.ได้เริ่มส่งหนังสือแจ้งไปถึงผู้ประกันตนที่มี สิทธิได้รับสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพทั้งกว่า 1.3 แสนคน ตั้งแต่เดือน ต.ค. ที่ผ่านมา เพื่อให้ได้รับทราบถึงสิทธิพร้อมกับแจ้งรายละเอียดต่าง ๆ เช่น จำนวนงวดและเงินทั้งหมดที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ประเภทเงินสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพที่มีสิทธิได้รับและให้นำบัตรประชาชนมาแสดงเพื่อรับเงินสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพโดยให้ไปยื่นขอรับสิทธิได้ที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ใกล้บ้าน  รวมทั้งแจ้งด้วยว่าหากประสงค์ทำงานต่อ ยังไม่มาขอรับสิทธิก็ทำได้และส่งเงินสมทบประกันสังคมต่อไปได้เรื่อย ๆ จนถึงอายุ 60 ปี เมื่อเกษียณจากการทำงานแล้วมายื่นขอรับสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพได้

"ขอชี้แจงต่อผู้ประกันตนเกษียณอายุจากการทำงานที่ได้รับสิทธิประโยชน์กรณี ชราภาพทั้งในส่วนของผู้มีสิทธิได้รับเงินบำนาญและเงินบำเหน็จว่าให้มายื่นเรื่องขอรับสิทธิได้ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2557 แต่กว่า สปส. จะจ่ายเงินกรณีชราภาพผ่านบัญชีธนาคารได้ก็ต้องใช้เวลา 2 เดือน เนื่องจากต้องรอนายจ้างจ่ายเงินสมทบงวดสุดท้ายก่อน ส่วนกรณีที่ผู้ประกันตนมีปัญหานายจ้างเก็บเงินสมทบไปแล้วไม่ยอมนำส่งเงินสมทบให้ สปส. สปส.ขอตรวจสอบข้อมูลก่อนและขอให้ผู้ประกันตนช่วยนำหลักฐานมายืนยัน เช่น สลิปเงินเดือน" นพ.สุรเดช กล่าว

รองเลขาธิการ สปส. กล่าวด้วยว่า สปส. จะจัดประชุมชี้แจงในเรื่องการขอรับและจ่ายเงินสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น จ.ขอนแก่น เพชรบุรี เชียงใหม่ ในช่วงเดือน ธ.ค. นี้ รวมทั้งได้จัดทีมส่งไปชี้แจงทำความเข้าใจกับนายจ้างและลูกจ้างในแต่ละจังหวัดด้วยเพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดความเข้าใจและไม่เกิดความสับสน.

ที่มา--เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 12 พ.ย. 2556 (กรอบบ่าย)--