สธ.หนุนเอกชนดันเมดิคัลฮับ ส่วนภาครัฐตั้งเป้าฮับการแพทย์และวิจัย

หมอประดิษฐ หารือคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ เจ้ากรมแพทย์ 3 เหล่าทัพและตำรวจ พัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศมีมาตรฐานเทียบเท่าสากล ให้ไทย มีระบบบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย ด้วยการเป็นศูนย์กลางบริการรักษาพยาบาลนั้น จะเน้นส่งเสริมให้ภาคเอกชนดำเนินการ ส่วนภาครัฐจะเน้นเป็นศูนย์กลางบริการวิชาการทางการแพทย์และงานวิจัย

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2556 ที่ โรงแรมคอนราด กทม. นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพร้อมด้วยนายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ จาก 22 มหาวิทยาลัย และเจ้ากรมแพทย์ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจหารือการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากลเป็นการวางแผนและบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มียุทธศาสตร์ที่มีเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน เกิดการเชื่อมโยงอย่างเต็มที่ และช่วยให้การจัดสรรงบประมาณลงในแต่ละที่มีความสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ ตอบสนองยุทธศาสตร์ของประเทศ ที่ต้องการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศในด้านสุขภาพด้วยการเติมเต็มบริการขั้นพื้นฐานของสุขภาพ โดยได้มีการหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

นายแพทย์ประดิษฐกล่าวว่าตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้จัดทำยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อสร้างฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน โดยมี 4 ยุทธศาสตร์หลักคือ1.สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ(Growth & Competitiveness)โดยการเป็นศูนย์กลางบริการด้านสุขภาพ 2.สร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม (Inclusive Growth)เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข 3.สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม(Green Growth)4.ปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ (Internal process)

นายแพทย์ประดิษฐ กล่าวต่อว่า เพื่อทำให้ระบบสาธารณสุขของประเทศมีมาตรฐานเทียบเท่าสากลและตอบคำถามว่าประชาชนจะได้อะไรจากการพัฒนาครั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินงานงาน 13 ข้อ ดังนี้ 1.สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ และปัญหา/ความต้องการของประเทศ 2.เชื่อมโยงหรือสนับสนุนโครงการอื่นของรัฐบาล 3.มีธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการโครงการ 4.กำหนดมาตรฐาน 5.ประเมินสถานภาพ6.กำหนดตัวชี้วัดเพื่อลดช่องว่าง 7.กำหนดกรอบและตารางเวลาชัดเจน8.บูรณาการระหว่างหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขและนอกระบบกระทรวงสาธารณสุขทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง 9.การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน 10.พัฒนาครบวงจรโรงพยาบาล บุคลากร ยา เครื่องมือ รายได้ ความก้าวหน้า 11.มีความยั่งยืนของระบบ 12.ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม 13.เพิ่มคุณภาพชีวิต

โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) เพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานของระบบบริการทุกระดับ ตั้งแต่ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ จนถึงระดับศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูง รวมทั้งการพัฒนาขีดความสามารถใน 10 สาขาบริการที่เป็นปัญหาของประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในระบบบริการ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกรวดเร็ว ภายในเขตพื้นที่เครือข่ายบริการ ตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่มีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ(Inclusive Growth) และพัฒนาประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถสำหรับการแข่งขัน(Competitive Growth

สำหรับการให้ประเทศไทย มีระบบบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย(Modern Health Service Thailand ) ด้วยการเป็นศูนย์กลางบริการรักษาพยาบาลนั้น จะเน้นส่งเสริมให้ภาคเอกชนดำเนินการ ในส่วนภาครัฐจะเน้นดำเนินการเป็นศูนย์กลางบริการวิชาการทางการแพทย์และงานวิจัย(Academic Hub) เพื่อเพิ่มความทันสมัยของระบบบริการสุขภาพของไทย หรือระบบบริการสุขภาพเพื่อความเป็นเลิศ ซึ่งดำเนินการ 3 ด้านคือ 1.การจัดการศึกษาระดับปริญญาและหลังปริญญา(Professional and Post graduate) 2.การพัฒนางานวิจัย( Research Center ) และ 3.การพัฒนาศูนย์ความเชี่ยวชาญ(Supper Specialist service) โดยเน้นการวางแผนและบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กองทัพ

ความคิดเห็นล่าสุด

Kittipong Saejeng
3 นาที 33 วินาที ago
ธนวัฒน์ กาญจนโอภาส
7 นาที 38 วินาที ago
คมกฤช เกียรติพงศ์ยิ้ม
12 นาที 46 วินาที ago
ไปยดา​ วิ​รัศมี​
37 นาที 36 วินาที ago
วราภรณ์ นนทวี
39 นาที 3 วินาที ago
สุพัตรา​
41 นาที 50 วินาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Kittipong Saejeng
3 นาที 33 วินาที ago
ธนวัฒน์ กาญจนโอภาส
7 นาที 38 วินาที ago
คมกฤช เกียรติพงศ์ยิ้ม
12 นาที 46 วินาที ago
ไปยดา​ วิ​รัศมี​
37 นาที 36 วินาที ago
วราภรณ์ นนทวี
39 นาที 3 วินาที ago
สุพัตรา​
41 นาที 50 วินาที ago
กลับด้านบน