ศิริราชหนุนเมกะโปรเจ็กต์ หมอชนบทสวนสธ.ขายฝัน

Fri, 2013-11-15 08:38 -- hfocus
Print this pagePrint this page

มติชน - 'แพทย์ชนบท'ชี้'เมกะโปรเจ็กต์' สธ. 1-2 แสนล้านบาท แค่ขายฝัน ไม่เชื่อทำได้จริงเพราะไม่มีเม็ดเงิน ด้าน'ศิริราช'หนุนพร้อมเสนอตัวเป็นแกนนำด้านวิชาการ

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมดันเมกะโปรเจ็กต์ในการพัฒนาการบริการสาธารณสุขทั้งประเทศ ด้วยงบประมาณ 1-2 แสนล้านบาท โดยมีกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นเจ้าภาพประสานงานโรงพยาบาลทุกสังกัดทั่วประเทศเข้าร่วมเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างคุ้มค่าว่า โรงพยาบาล (รพ.) ศิริราช สนับสนุนแนวคิดนี้และยินดีร่วมแบ่งปันทรัพยากร รวมทั้งพร้อมจะเป็นผู้นำด้านวิชาการและการบริการ เช่น กรณีคนไข้ที่เป็นโรครักษายาก โรงพยาบาลพร้อมรับเข้ารักษา

และว่า สำหรับนโยบาย 12 เขตบริการสุขภาพ ถือเป็นแนวคิดที่ดี เพราะจะเชื่อมโยงโรงพยาบาลในแต่ละพื้นที่ให้ทำงานร่วมกัน ไม่แบ่งแยก แต่การจะทำงานในแต่ละเขตบริการจำเป็นต้องมีพี่เลี้ยง

ด้าน ชมรมแพทย์ชนบทออกแถลงการณ์คัดค้าน โดยนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ในฐานะกรรมการชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า เกรงว่านโยบายของ สธ.จะเป็นการเร่ขายฝัน เพราะที่ผ่านมาทำให้เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากกรณีโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ที่แม้จะมีการก่อสร้างอาคารในบางพื้นที่ แต่เมื่อมีการของบประมาณครุภัณฑ์ทางการแพทย์กว่า 4 พันล้านบาท กลับได้จริงเพียง 600 ล้านบาท แสดงว่ารัฐบาลไม่มีเงิน จึงไม่มั่นใจว่าเมกะโปรเจ็กต์จะเดินหน้าได้

ขณะที่ นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก กล่าวว่า หากทำได้จริงจะเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เช่น จ.เชียงใหม่ มีโรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย ที่มีศักยภาพในการจัดตั้งศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลในสังกัด สธ.ก็ไม่จำเป็นต้องจัดตั้ง ทำให้ประหยัดงบประมาณ แต่สามารถนำผู้ป่วยของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามาใช้บริการได้

วันเดียวกัน ที่โรงแรมทีเค.พาเลซ นพ. ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวในการมอบนโยบายทิศทางการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินว่า ในปี 2557 จะขยายบทบาทสายด่วน 1669 ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ไม่ให้ทำหน้าที่สายด่วนเรียกรถพยาบาลเท่านั้น แต่จะให้เป็นสายด่วนหมอใกล้ตัว หรือประจำตัวหากมีประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉินด้วย ซึ่งจะช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล เนื่องจากอาการเจ็บป่วยบางครั้งไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล

ที่มา--มติชน ฉบับวันที่ 16 พ.ย. 2556 (กรอบบ่าย)--