ดีเอสไอจ่อจับ จนท.'เลิดสิน'ปลอมใบสั่งยาทำรัฐสูญ1.8ล.

Fri, 2013-11-15 12:52 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ดีเอสไอลุยสอบทุจริตยา รพ.เลิดสิน ปลอมใบสมัครโครงการหลอก จนท.คีย์ข้อมูลลงคอมพ์กรมบัญชีกลาง ก่อนปลอมเอกสารใบสั่งยาแพทย์เบิกห้องยาทำรัฐเสียหาย 1.8 ล้าน

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับ นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ และ นพ.วีระ สถิรอังกูร รองผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจวิชาการ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน เข้าตรวจสอบการทุจริตเบิกจ่ายยาจากโครงการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเลิดสิน หลังพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายหลายร้อยรายการ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีการสมคบคิดกันเป็นขบวนการ

พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากช่วงเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา โรงพยาบาลเลิดสินตรวจพบความผิดปกติในโครงการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการฯ จึงขอให้ดีเอสไอเข้าไปสืบสวน กระทั่งพบว่ามีบุคลากรทางการแพทย์ระดับสูงของโรงพยาบาลใช้ชื่อของบุคคลอื่นจำนวน 13 ราย เขียนใบสมัครเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลของราชการโรงพยาบาลเลิดสิน แสดงต่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลว่าบุคคลผู้มีรายชื่อดังกล่าวประสงค์สมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนำข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ระบบของกรมบัญชีกลางผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล และให้กรมบัญชีกลางอนุมัติให้บุคคลผู้มีรายชื่อดังกล่าวสามารถใช้สวัสดิการของข้าราชการในการรักษาพยาบาลและเบิกยาจากโรงพยาบาลได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินสด

พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวต่อว่า หลังจากกรมบัญชีกลางอนุมัติสิทธิ์ให้ผู้สมัครทั้งหมดแล้ว กลุ่มผู้กระทำผิดได้ทำการปลอมใบสั่งยาผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลไปใช้อ้างต่อเจ้าหน้าที่ห้องยาเพื่อให้หลงเชื่อว่าบุคคลที่มีชื่อในใบสั่งยาดังกล่าวได้มาตรวจรักษาและแพทย์ได้สั่งจ่ายยาให้จริง ซึ่งถือเป็นการหลอกลวง เพราะข้อเท็จจริงบุคคลที่มีรายชื่อในใบสั่งยาดังกล่าวไม่เคยไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลตามใบสั่งยาเลย

พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ห้องจ่ายยาหลงเชื่อและจ่ายยาให้ตามใบสั่งโดยไม่ต้องชำระเงิน โดยพบการกระทำผิดทั้งสิ้น 56 ครั้ง ในช่วงระหว่างเดือนมีนาคม 2555-เมษายน 2556 ในจำนวนนี้เป็นยาจำนวน 381 รายการ คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 1,815,506 บาท

"การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จตามมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และปลอมและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมและฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 ประกอบมาตรา 266, 264 และ 342 ประกอบมาตรา 341 โดยดีเอสไอจะเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องเข้ารับทราบข้อกล่าวหา เบื้องต้นสอบพบผู้กระทำผิดเพียง 1 ราย ที่เป็นผู้นำรายชื่อทั้ง 13 รายมาแอบอ้างใช้สิทธิฯ โดยดีเอสไอจะขยายผลต่อเนื่องถึงผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องทุกราย" พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับผู้มีชื่อเกี่ยวข้องทั้ง 13 ราย เป็นเพียงผู้ที่ถูกนำหลักฐานไปแอบอ้างใช้สิทธิ ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิด ส่วนยาถูกสั่งจ่ายเป็นยาหลายประเภท รวมถึงยาที่มีราคาแพงด้วย

ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันที่ 15 พฤศจิกายน 2556