'หมอประดิษฐ'สั่งสอบสวนซื้อยาหัวใจ

Mon, 2013-11-25 10:31 -- hfocus
Print this pagePrint this page

เดลินิวส์ - เมื่อวันที่ 24 พ.ย. นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงความพยายามในการซื้อยาหัวใจโคลพิโดเกรลที่ไม่ใช่ยาซีแอล ภายหลังจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังองค์การเภสัช กรรม (อภ.) ลงวันที่ 30 ต.ค. 2556 ระบุว่า ตามที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประสงค์จัดซื้อยาโคลพิโดเกรลสำหรับโครงการวีเอ็มไอ ผ่าน อภ. 3 ล้านเม็ด และมีการเปิดซองในวันที่ 19 ส.ค. 2556 โดยทางบริษัทชนะการเสนอราคา และทางคณะกรรมการได้ต่อรองราคาว่าจะมีการจัดซื้อเพิ่มอีก 3 ล้านเม็ด รวมเป็น 6 ล้านเม็ด บริษัทได้ปรับลดราคาจากเดิมเม็ดละ 10.83 บาท เหลือเม็ดละ 8.56 บาท ทางบริษัทซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายได้ติดต่อบริษัทในประเทศแคนาดา เพื่อจัดส่งยาจำนวน 6 ล้านเม็ด และได้ส่งมอบยา 3 ล้านเม็ด ให้ อภ. เรียบร้อยแล้ว ยังคงเหลืออีก 3 ล้านเม็ด ที่ติดสติกเกอร์ สปสช. ว่า จะให้ตั้งคณะกรรม การสอบสวนตามที่มีการนำเสนอข่าว ตนก็อยากจะรู้ข้อเท็จจริงว่ามีความเป็นมาอย่างไร ก็อยากให้มีความโปร่งใสว่าไม่ได้มีการสร้างสถานการณ์ในการซื้อยาหรือฟอกยา ทำให้เห็นกระจ่าง ซึ่งน่าจะให้ตัวแทนสื่อมวลชนไปนั่งเป็นกรรมการด้วย จะได้หมดข้อกังวลเรื่องนี้ว่าไม่มีใครมา สร้างสถานการณ์ ไม่มีก็คือไม่มี

ด้าน นพ.สุวัช เซียศิริวัฒนา ผอ.อภ. กล่าวว่า อภ. ไม่ได้ซื้อยาจากบริษัทเอกชน 3 ล้านเม็ดหลัง และได้อธิบายให้ทางบริษัทเข้าใจแล้วว่ายาซีแอลจากประเทศอินเดียเข้ามา 18 ล้านเม็ด จึงไม่สามารถซื้อได้ การที่บริษัทไป ติดสติกเกอร์เข้าใจว่าเป็นการเตรียมการเอาไว้สำหรับการขาย แต่เนื่องจากตอนที่ประมูลราคา 3 ล้านเม็ดแรก ฝ่ายตัวแทนบริษัทมีข้อเสนอ ว่าถ้าจะซื้อเพิ่มอีกทางบริษัทมีส่วนลดให้ ซึ่ง ยังไม่ได้มีการตกลงอะไร แต่ทาง สปสช. เห็นข้อเสนอดังกล่าว  จึงมีหนังสือแจ้งมาทาง อภ. ให้จัดซื้อเพิ่มอีก 3 ล้านเม็ด อย่างไรก็ตาม สปสช. เข้าใจและเป็นข้อยุติแล้วว่าไม่ต้องซื้อ ยืนยันว่า อภ. ลงนามสัญญาแค่ 3 ล้านเม็ดแรกเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าในการคืนวัตถุดิบพาราเซตามอลหลังจากส่งคืนประเทศจีนไปหลายเดือนแล้วแต่ยังไม่ได้รับคืนวัตถุดิบ นพ.สุวัช กล่าวว่า เนื่องจากบริษัทในประเทศจีนมีปัญหาเรื่องกระบวนการผลิตทำให้ล่าช้า โดยบริษัทได้แจ้งมาว่าจะส่งวัตถุดิบ 148 ตัน คืนภายในเดือน ธ.ค. นี้หลังจาก อภ. ทำหนังสือแจ้ง เตือนไป 2 ครั้ง ถ้าภายในเดือน ธ.ค. วัตถุดิบยังไม่เข้ามาก็ต้องพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่ 25 พฤศจิกายน 2556