ปลัดสธ.ชี้แถลงการณ์เป็นมติส่วนใหญ่ เผยสบายใจได้เป็นตัวของตัวเอง

Fri, 2014-01-10 19:13 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ปลัดสธ.แจงออกแถลงการณ์ประชาคมสาธารณสุข เผยทำตามมติส่วนใหญ่ พร้อมเรียกร้องเดินหน้าปฏิรูป ก่อนเลือกตั้ง ย้ำต้องไม่หยุดบริการประชาชน เชื่อทำให้สิ่งที่ถูกต้อง เป็นตัวของตัวเอง พร้อมไม่ตำหนิคนที่เห็นต่าง ถือเป็นอิสระทางความคิด 
       
เมื่อวันที่ 10 ม.ค. เวบไซต์แมเนเจอร์ออนไลน์รายงานว่า นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หลังจากมีการออกแถลงการณ์ในนามประชาคมสาธารณสุขไปแล้ว รู้สึกสบายใจ เนื่องจากได้เป็นตัวของตัวเองในการตัดสินใจ ทำตามมติส่วนใหญ่ของประชาคมสาธารณสุข ใน 8 สาขา วิชาชีพ อาทิ ชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป ชมรมทันตแพทย์ ชมรมผอ.รพ.ชุมชน ที่มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 400-500 คน โดยยืนยันคงต้องมีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง และ จะไม่หยุดให้บริการประชาชน เนื่องจากไม่ต้องการเอาประชาชนเป็นตัวประกัน ส่วนข้อความต่างๆที่โพสต์กันในโลกออนไลน์นั้น เกี่ยวกับตนเองทั้งการประกาศจุดยืนกับทางประชาคมสาธารณสุข และบอกว่าจะออกมาเจอกันเมื่อชาติต้องการนั้น รับเป็นคำพูดของตนจริง และได้นำเรื่องดังกล่าวบอกกับครอบครัวแล้ว จะได้ไม่มีห่วงกังวล แต่ขณะนี้ยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ในฐานะข้าราชการตามปกติ ส่วนที่มีผู้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อต้านมติของประชาคมสาธารณสุข ก็สามารถทำได้ เพราะมุมมองทางความคิดย่อมเป็นอิสระเสรี 
       
ทั้งนี้แถลงการณ์ของประชาคมสาธารณสุข นั้น มี 5 ข้อด้วยกัน ประกอบด้วย 1. ขอย้ำจุดยืนที่จะให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง 2. เรียกร้องให้รัฐบาลลาออกโดยทันที เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการปฏิรูปที่เป็นกลาง และยุติธรรม 3. เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศแล้ว จึงยืนยันที่จะไม่ทำงานกับรัฐบาลชุดนี้ 4. ยืนยันจะทำงานให้บริการดูแลประชาชนบนพื้นฐานจริยธรรมวิชาชีพอย่างเต็มที่ โดยไม่เลือกปฏิบัติ และ 5. พร้อมแสดงออกทุกวิถีทางเพื่อยืนยันจุดยืนดังกล่าว และขอเชิญชวนประชาคมทุกกระทรวง ทบวงกรม ออกมาแสดงจุดยืนร่วมกัน
       
วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ประชาคมสาธารณสุข ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 3 ยืนยันต้องปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ชี้รัฐบาลหมดความชอบธรรม ยันไม่ร่วมทำงานด้วย ต้องลาออกทันที นั้น มีกระแสข่าวอย่างรุนแรงในกระทรวงสาธารณสุข ว่า มีความเห็นแบ่งเป็นสองฝั่งในเรื่องดังกล่าว โดยมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยประชาคมสาธารณสุขนั้น ถือว่าเป็นการนำโดย นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมต่างๆ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสหวิชาชีพ 16 ชมรม เป็นต้น ขณะเดียวกันก็มีการตอบโต้ โดยอ้างว่าเป็นกลุ่มผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งไม่เห็นด้วยกับประชาคมสาธารณสุข
       
ในเรื่องดังกล่าว นพ.ชาญวิทย์ ทระเทพ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ไม่ทราบข่าวดังกล่าวว่า ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข หมายถึงใคร แต่ส่วนตัวแล้ว ข้าราชการทุกคน อยู่ภายใต้กฎหมาย มีระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการดำเนินวิชาชีพ และต้องปฏิบัติตัวไปตามกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งในส่วนนี้กระทรวงมหาดไทย ก็ยังมีการตรวจสอบข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ออกมาร่วมการเคลื่อนไหวและไม่ปฏิบัติตัวตามระเบียบราชการ ซึ่งขณะนี้ถือว่า มีพ.ร.ฎ.ยุบสภา และกำหนดวันเลือกตั้งแล้ว หน้าที่ของข้าราชการ คือ การวางตัวเป็นกลาง และปฏิบัติตามกฎหมาย
       
“คำว่าประชาคมสาธารณสุข อันที่จริงไม่ควรใช้คำว่า ประชาคมสาธารณสุข ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข เพราะตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ข้าราชการจะไม่มีสิทธิเรียกประชุมที่เป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองในหน่วยงานราชการได้ ซึ่งจากที่ผมได้สอบถามอธิบดีหลายๆคน หรือ ข้าราชการ ก็พบว่า ไม่มีใครเห็นด้วยกับแถลงการณ์ดังกล่าว ซึ่งหน้าที่ของข้าราชการคือ การดูแลประชาชนโดยไม่แบ่งแยก”นพ.ชาญวิทย์ กล่าว
       
ผู้สื่อข่าวถามว่า การออกแถลงการณ์ในนามของประชาคมสาธารณสุข ตั้งแต่ฉบับแรกมีรายชื่อผู้เข้าร่วมชัดเจนคือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รองปลัดฯ ผู้ตรวจราชการ อธิบดีกรม และผู้แทนสหวิชาชีพกระทรวงสาธารณสุข 16 สาขานั้น นพ.ชาญวิทย์ กล่าวว่า นั่นเป็นการแอบอ้าง เพราะว่ามีแถลงการณ์ของอธิบดีกรมต่างๆ ออกมาอยู่แล้วว่าแถลงการณ์ของประชาคมสาธารณสุขเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง อธิบดีกรมต่างๆ ไม่รู้เรื่องด้วย และตนก็ไม่ทราบแถลงการณ์ประชาคมสาธารณสุขฉบับที่ 1 และตอนที่คุยกันตนก็เคยบอกไปแล้วว่าไม่ควรมีแถลงการณ์อะไรเลยเพราะว่าข้าราชการไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และไม่ควรใช้สถานที่ราชการไปดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ ดังนั้นข้าราชการเรามีจริยธรรมที่ต้องดูแลประชาชนทุกคน ส่วนแถลงการณ์ตอบโต้ที่เพิ่งออกมานั้นตนยังไม่เห็น

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม