เครือข่ายปฏิรูปฯปัดตัดน้ำ-ไฟสธ.

Sun, 2014-01-12 21:44 -- hfocus
Print this pagePrint this page

5 เครือข่ายปฏิรูปฯนัดรวมพลหน้า กระทรวงสาธารณสุข 09.00 น. ก่อนออกรณรงค์ไปแยกลาดพร้าว ด้านนพ.อำพล ยันไม่มีการตัดน้ำ-ไฟสธ.

5 เครือข่ายร่วมปฏิรูปประเทศไทย ประกอบด้วย เครือข่ายคนรักประเทศไทย เครือข่ายคนรักสุขภาพ เครือข่ายสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย เครือข่ายสุขภาพแห่งชาติ และ เครือข่ายคนรุ่นใหม่หัวใจพลเมือง ซึ่งมีสมาชิกจากหลากหลายสาขาวิชาชีพทั่วประเทศ พร้อมเครือข่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับพลังประชาคมสาธารณสุข ผู้บริหารและอดีตผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข นำโดย นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล , นางศิรินา ปวโรราฬวิทยา เครือข่ายสุขภาพแห่งชาติจากภาคเอกชน, นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุขและอดีต รมว.สาธารณสุข, นางรัตนา สมบูรณ์วิทย์ เครือข่ายสุขภาพแห่งชาติภาคประชาชน, นพ.เทียม อังสาชน อดีตผู้อำนวยการ รพศ.สระบุรี,ดร.วณี ปิ่นประทีป และนางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร เครือข่ายสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย นายบรรพต กาญกมล เครือข่ายคนรุ่นใหม่หัวใจพลเมือง และ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ/เครือข่ายคนรักประเทศไทย เป็นต้น ร่วมกับพลังพลเมืองจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ วิชาชีพ ประชาชนและเอกชน จากทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก นัดรวมพลวันที่ 13 ม.ค.นี้ ที่บริเวณหน้ากระทรวงสาธารณสุขเพื่อทำกิจกรรมสำคัญและอ่านแถลงการณ์ แสดงจุดยืน 4 ประการของเครือข่ายฯ เพื่อเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ในการหาทางออกประเทศไทยด้วยการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ก่อนจะเดินรณรงค์ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งและเคลื่อนไหวใหญ่ สมทบกับมวลมหาประชาชนที่ห้าแยกลาดพร้าว ตั้งแต่เวลา 08.30 น. โดยจะออกเดินจากหน้ากระทรวงสาธารณสุข ในเวลา 09.00 น.

ทั้งนี้ จะใช้เส้นทางกระทรวงสาธารณสุข ถ.งามวงศ์วาน ข้ามแยกพงษ์เพชร สะพานข้ามถนนวิภาวดี หน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เลี้ยวขวาแยกเกษตรเข้า ถ.พหลโยธิน ห้าแยกลาดพร้าว

ด้าน นพ. อำพล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะมีการตัดน้ำตัดไฟในกระทรวงสาธารณสุขด้วยนั้น ไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ เครือข่ายใช้วิธีต่อสู้เพื่อบ้านเมืองด้วยสันติวิธีมาโดยตลอด และจะใช้สันติวิธีและอหิงสาต่อไป ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่สร้างผลเสียหายต่อการบริการประชาชนของหน่วยงานต่างๆ ข่าวที่ถูกปล่อยออกมาน่าจะเป็นการต่อเติมจากผู้ไม่หวังดีป้ายสีให้เกิดทัศนคติในเชิงลบต่อเครือข่ายฯ ดังนั้น จึงขอให้สังคมและสื่อมวลชนได้รับทราบความจริง และขอเชิญพลังพลเมืองที่สนใจร่วมเคลื่อนไหวครั้งนี้เข้าร่วมขบวนกันต่อไป