อย.คุมเข้มยานอนหลับ'โซลพิแดม'หลังพบเสี่ยงสูงทำหัวใจวาย

Mon, 2014-02-03 10:23 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ข่าวสด - ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีการเผยแพร่สารออกฤทธิ์ในยานอนหลับชื่อสามัญ โซลพิแดม (zolpidem) พบว่า หากใช้ในปริมาณมากจนเกินไป จะส่งผลต่อเส้นเลือดใหญ่และนำไปสู่หัวใจวาย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจมีความเสี่ยงสูง หากไม่มีการควบคุมการทานยาชนิดนี้ว่า ยานอนหลับดังกล่าวจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 คือ อนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะคลินิกที่มีใบอนุญาตเท่านั้น และร.พ.ก็สามารถใช้ได้ ยกเว้นร้านขายยาทั่วไป หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 1-4 แสนบาท ส่วนผู้ซื้อหากนำไปใช้ในทางที่ผิดจะมีโทษจำคุก 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาทถึง 1 แสนบาท

ภก.ประพนธ์กล่าวว่า ส่วนใหญ่ยาดังกล่าวจะมีฤทธิ์นอนหลับ เพียงแต่ยาโซลพิแดม มีฤทธิ์เร็ว จึงต้องควบคุมพิเศษ และสั่งจ่ายโดยเภสัชกรที่ได้รับอนุญาต

และแพทย์ ส่วนอาการที่มีผลต่อหัวใจ ยังไม่ได้รับรายงาน ทั้งนี้ อย.มีคณะอนุกรรมการติดตามเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์และอันตรายจากการใช้ยา ตามเรื่องนี้อยู่ ซึ่งองค์การอนามัยโลกแนะนำว่าควรลดปริมาณลงครึ่งหนึ่ง โดย อย.กำหนดว่า หากจะใช้ยาตัวนี้ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์และเภสัชกรที่ได้รับใบอนุญาต ที่สำคัญให้ลดปริมาณยาลง โดยในผู้หญิงและผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จะต้องลดจาก 10 มิลลิกรัม เหลือเพียง 5 มิลลิกรัม กินเฉพาะก่อนนอน และไม่ควรกินเกิน 1 สัปดาห์

ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการแผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา (กพย.) กล่าวว่า การทำงานของ อย.จะเน้นเฝ้าระวังในต่างประเทศว่า มียากลุ่มใดที่ถูกถอนการขึ้นทะเบียนบ้าง ขณะที่การติดตามข่าวสารผลการศึกษาเรื่องสารออกฤทธิ์ในยา ยังไม่ครอบคลุม แม้มีการศึกษา แต่การลงพื้นที่ตรวจหายากลุ่มเสี่ยงยังค่อนข้างมีอุปสรรค ดังนั้น อย.ต้องมีการปรับปรุงเรื่องนี้ด้วย

ที่มา--ข่าวสด ฉบับวันที่ 4 ก.พ. 2557 (กรอบบ่าย)--

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม