มะเร็งปอดแชมป์คร่าชีวิตคนเชียงราย

Sun, 2014-02-16 12:16 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ที่ จ.เชียงราย นายแพทย์ชำนาญ หาญสุทธิเวชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า วันที่ 4 ก.พ. ของทุกปีองค์การอนามัยโลก และสมาคมต่อต้านมะเร็งสากล กำหนดให้เป็นวันมะเร็งโลก (World Cancer Day) ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ รณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับมะเร็ง และตระหนักถึงความรุนแรงของโรค เนื่องจากขณะนี้โรคมะเร็งกำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่รุนแรงระดับโลก เป็นภัยเงียบคุกคามชีวิตประชาชนวัยแรงงาน และผู้สูงอายุมากที่สุดโดยองค์การอนามัยโลกรายงานพบผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วโลกปีละประมาณ 13 ล้านคน เสียชีวิตปีละ 7.6 ล้านคน มากที่สุดคือมะเร็งปอด 1.37 ล้านคน ซึ่งมีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วย และเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกประเทศ คาดว่าในอีก 16 ปีคือในปี 2573 จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 13 ล้านกว่าคน ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่มากสำหรับมนุษย์

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทยพบโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายสูงอันดับ 1 ของคนไทยต่อเนื่องมานานกว่า 13 ปี ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา ล่าสุดในปี 2554 มีคนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทุกชนิด สูงถึง 61,082 คน คิดเป็นร้อยละ 15 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมดที่มีปีละ 414,670 คน โดยจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 3,000 คน สำหรับ จ.เชียงราย โรคมะเร็งก็เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของชาวเชียงรายต่อเนื่องมาหลายปีแล้วเช่นกัน โดยในปี 2554 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน 1,652 คน และปี 2555 พบจำนวนผู้เสียชีวิต 1,486 คน โดยโรคมะเร็งที่พบมากที่สุด ได้แก่ มะเร็งปอด รองลงมาได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็ง ลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งระบบทางเดิน อาหาร ซึ่งมะเร็งแต่ละชนิดมีสาเหตุเกิดจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ได้แก่ การสูบบุหรี่ บริโภคอาหารไม่เหมาะสม ขาดการออกกำลังกาย ความเครียด กรรมพันธุ์ ซึ่งมีรากฐานมาจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงและสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย

นายแพทย์ชำนาญ กล่าวอีกว่า ในการป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็ง ขอแนะนำประชาชนให้ปฏิบัติตัวง่าย ๆ 5 ประการ ได้แก่ 1. ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที 2. ทำจิตใจให้แจ่มใส เช่น ออกกำลังกาย ไปทำบุญท่องเที่ยว ร้องเพลง 3. กินผักผลไม้สดให้ได้วันละครึ่งกิโลกรัม โดยในผักผลไม้มีสารต้านมะเร็ง เช่น วิตามินเอ เบต้าแคโรทีนและมีเส้นใยอาหาร ทำให้ระบบขับถ่ายดี 4. กินอาหารให้หลากหลาย และต้องสดสะอาด ปราศจากเชื้อรา ลดอาหารที่มีไขมันสูง อาหารหมักดอง เค็ม อาหารปิ้งย่าง หรือทอดไหม้เกรียม และ 5. ตรวจร่างกายเป็นประจำ โดยผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะผู้หญิงอายุ 30 ปีขึ้นไปควรตรวจหามะเร็งปากมดลูก และตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือน ทั้งนี้โรคมะเร็งหากตรวจพบเร็ว รู้เร็ว ผู้ป่วยก็มีโอกาสรักษาได้ทันท่วงที

--เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 17 ก.พ. 2557 (กรอบบ่าย)--