หนุนรัฐเก็บภาษีบุหรี่ 3 บาทต่อมวน ได้เงินเพิ่ม 8 หมื่นล้านบาทต่อปี

Thu, 2014-02-20 18:50 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ศจย.เผย ผู้สูบบุหรี่มวนเองลดลงกว่า 1 ล้านคน แต่เกือบครึ่งหันมาสูบบุหรี่ซองราคาถูก ภาคใต้ครองแชมป์อัตราการสูบบุหรี่สูงสุด หนุนรัฐเก็บภาษีบุหรี่ 3 บาทต่อมวน สสส.ชวนภาคีเปิดรับนวัตกรรมลดสิงห์อมควัน

น.ส.ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวว่า การดำเนินงานของภาคีเครือข่ายควบคุมยาสูบ และภาคีเครือข่ายของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระดับพื้นที่ สามารถลดจำนวนคนที่สูบบุหรี่มวนเอง จาก 5.3 ล้านคน ในปี 2554 เหลือ ไม่ถึง 4 ล้านคน ในปี 2556 นอกจากนี้ จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า จำนวนคนที่สูบบุหรี่ซองเพิ่มจาก 6.1 ล้านคนในปี 2554 เพิ่มเป็น 6.5 ล้านคน ในปี 2556 มีผลให้อัตราการสูบบุหรี่ในภาพรวมในปี 2556 เท่ากับ 20% ลดลงเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ในขณะที่ภาคใต้ยังคงครองแชมป์อัตราการสูบบุหรี่สูงที่สุดคือ 24.65% รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 22.76%

น.ส.ศิริวรรณ ยังชี้อีกว่า มาตรการสำคัญในการควบคุมกลยุทธ์การตลาดของบุหรี่ราคาถูกคือ ด้านราคาและด้านการควบคุมสารพิษ ที่ควรเร่งทำมี 2 เรื่องคือ 1.การเพิ่มอัตราภาษีตามสภาพ ซึ่งปัจจุบันเก็บอยู่ที่ 1 บาทต่อกรัม จึงสามารถเพิ่มได้ถึง 3 บาทต่อกรัมตามที่ พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2509 ได้ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในการออกกฎกระทรวงไว้ โดยในแต่ละปีมีจำนวนบุหรี่ที่เสียภาษีกว่า 40,000 ล้านมวน หากเพิ่มภาษีจากมวนละ 1 บาทเป็น 3 บาท รัฐจะมีรายได้เพิ่มกว่า 80,000 ล้านบาทต่อปี แต่ทั้งนี้ต้องออกประกาศลดจำนวนการถือเข้ามาในประเทศโดยไม่เสียภาษีอย่างเข็มงวดด้วย และ 2.การควบคุมระดับสารพิษและสารก่อมะเร็งในมวนบุหรี่และควันบุหรี่ เช่น สารไนโตรเซมีน และสารกลุ่มโพลีอโรมาติกไฮโครคาร์บอน เพิ่มเติมจากปัจจุบัน ที่ให้ส่งรายงานแค่ปริมาณ ทาร์ นิโคตินและคาร์บอนมอนนอกไซด์ โดยในขั้นแรกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสามารถออกกฎกระทรวงได้ โดยกำหนดให้บริษัทบุหรี่รายงานปริมาณสารสารพิษและสารก่อมะเร็งในมวนบุหรี่และควันบุหรี่ แล้วนำข้อมูลมาใช้กำกับระดับสารพิษในขั้นต่อไป

ด้านนพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการสำนักควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 นี้ สสส. ร่วมกับ ศจย.สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบ กรมควบคุมโรค มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และภาคีเครือข่าย จะร่วมกันจัดทำแผนควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลักด้านยาสูบ จึงขอเชิญภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และหน่วยงานทั่วไปส่งแนวคิด “นวัตกรรมควบคุมยาสูบที่มีประสิทธิผล” เพื่อที่ สสส.จะได้บรรจุไว้ในกรอบแผนการดำเนินงานในระยะ 3 ปีของ สสส.ในการสนับสนุนภาคีสร้างเสริมสุขภาพในการลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพด้านยาสูบด้วย ส่งไอเดียมาได้ที่ www.member@trc.or.th หรือ sms มาที่ 0856680421 ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 นี้