ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

มติชน - เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท ศ.นพ.พิเชฐ อุดมรัตน์ ประธานเครือข่ายโรคไบโพลาร์แห่งเอเชีย (ANBD) กล่าวในการจัดกิจกรรมวิชาการน่ารู้สู่ประชาชน เรื่องอารมณ์คงที่ชีวีมีสุข (Stable Mood, Good Life) เนื่องในวัน ไบโพลาร์โลก 30 มีนาคมของทุกปี ซึ่งปีนี้เป็น ปีแรก จัดโดยสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับชมรมความผิดปกติทางอารมณ์แห่งประเทศไทย ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย ชมรมจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุและประสาทจิตเวชศาสตร์ไทย ชมรมเพื่อนไบโพลาร์และเครือข่ายโรคไบโพลาร์ของทวีปเอเชีย ว่า ทั่วโลกมีการประมาณการว่ามีผู้ป่วยโรคไบโพลาร์หรือโรคอารมณ์สองขั้วประมาณ 27 ล้านคน ขณะที่ประเทศไทย กรมสุขภาพจิตมีการสำรวจระดับชุมชนพบว่าในปี 2546 มีผู้ป่วยราว 6 แสนคน ปี 2551 มีผู้ป่วยประมาณ 9 แสนคน จะเห็นว่าจำนวนผู้ป่วยมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเพราะมีความเข้าใจในโรคนี้มากขึ้น ปัจจุบันคาดว่าคนไทยป่วยเป็นโรคไบโพลาร์อย่างน้อย 1 ล้านคน พบได้ในทุกช่วงวัย โดยปัญหาหนึ่งของโรค ไบโพลาร์คือ ใช้เวลานานในการที่จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ โดยเฉลี่ย 4-5 ปี บางรายอาจนอนถึง 10 ปี และมีถึงร้อยละ 69 ที่มีการวินิจฉัยผิดว่าเป็นโรคซึมเศร้าหรือโรคจิตแทนที่จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคไบโพลาร์ อย่างไรก็ตาม โรคนี้แม้ว่ารุนแรง แต่ให้รีบค้นหาเพราะรักษาหาย ดังนั้นหากมีความสงสัยควรเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์

นพ.พิชัย อิฏฐสกุล แพทย์ประจำคลินิกโรคอารมณ์สองขั้ว ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า โรคไบโพลาร์จะมีความผิดปกติทางอารมณ์โดยการแสดงออกทางอารมณ์รุนแรงกว่าปกติ เป็นอยู่นาน อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติได้และส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ส่วนสาเหตุของการป่วย ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม อาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคมากขึ้น หากพ่อแม่ คนใดคนหนึ่งป่วยเป็นโรคนี้ จะมีโอกาสป่วยร้อยละ 10-15 รวมถึงสิ่งแวดล้อม มีสิ่งมากระตุ้น เช่น ความเครียด อกหัก สอบตก เป็นต้น

ที่มา--มติชน ฉบับวันที่ 29 มี.ค. 2557 (กรอบบ่าย)--

เรื่องที่เกี่ยวข้อง