ภก.วิชิต ตั้งจิตติพร รพ.ศิริราช ส่งยาทางไปรษณีย์ ลดแออัดในรพ.

รพ.ศิริราช สร้างความแปลกใหม่ให้วงการหมออีกครั้ง ด้วยการส่งยาให้ผู้ป่วยทางไปรษณีย์หวังลดความแออัดในโรงพยาบาลหลังพบว่ามีผู้ป่วยนอกมาใช้บริการไม่ต่ำกว่าวันละ 9,000-10,000 คน ใช้เวลารอรับยานานเกือบชั่วโมง

ภก.วิชิต  ตั้งจิตติพร หัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลศิริราช ประธานคณะทำงานการจัดส่งยาทางไปรษณีย์ กล่าวว่า  การจัดส่งยาทางไปรษณีย์เป็นแนวคิดของ รศ.นพ.เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ด้านบริการผู้ป่วยนอกและพัฒนาคุณภาพ ที่ได้เห็นปัญหาของผู้ป่วยที่ต้องมารอรับยาเป็นเวลานาน ซึ่งอาจจะส่งกระทบในหลายๆ ด้าน จึงเกิดแนวคิด “ศิริราชก้าวไกล ส่งยาทั่วไทยทางไปรษณีย์” ในรูปแบบ “One Stop Service” ที่มีความรวดเร็ว ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล โดยได้จับมือกับไปรษณีย์ไทย จัดส่งยาแบบ EMS ทั่วประเทศให้กับผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆในราคา 150 บาททั่วประเทศ

โดยมีวัตถุประสงค์ในการทำงาน 4 ข้อ ได้แก่

1.มีความปลอดภัยในการจัดส่ง

2.ยาที่จัดส่งต้องมีคุณภาพในการรักษา

3.มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

4.มีการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยเสริมใน 3 ข้อข้างต้น

ภก.วิชิต กล่าวว่า ที่ โรงพยาบาลศิริราชมีจำนวนผู้ป่วยนอกมาใช้บริการประมาณวันละ 9,000-10,000 คน มีจำนวนใบสั่งยาในชั่วโมงเร่งด่วนมากกว่า 8,000 ใบสั่งยา ในขณะที่ทางโรงพยาบาลมีเภสัชกรเพียง 200 คน เท่านั้น   ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องใช้เวลารอยาในชั่วโมงเร่งด่วนนานเฉลี่ยคนละ 45 นาที จึงเกิดแนวความคิดนี้

ซึ่ง ภก.วิชิต ได้ให้รายละเอียดของการส่งยาทางไปรษณีย์ว่า หลังเข้ารับการตรวจรักษาและได้รับใบสั่งยาจากแพทย์แล้ว  ซึ่งผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการจะต้องได้รับการประเมินจากเภสัชกรในการใช้ยาว่า สามารถใช้ยาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย และเป็นผู้ป่วยที่สามารถควบคุมอาการได้คงที่แล้ว ผู้ป่วยสามารถเข้าร่วมรับยาทางไปรษณีย์ ตามขั้นตอนที่ทางโรงพยาบาลกำหนดไว้  ซึ่งที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลได้เริ่มดำเนินการไปแล้วเมื่อ วันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมีผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการแล้ว 300 ราย แบ่งเป็นพื้นที่ กทม.และปริมณฑล 53.18% ต่างจังหวัด 46.82%  ผู้ป่วยจะได้รับยาภายใน 1-3 วันสำหรับพื้นที่ใน กทม.และปริมณฑล 3-4 วันในต่างจังหวัด และยังได้มีบริการสอบถามเรื่องยาได้ที่หมายเลข 0-2419-9019

ข้อดีของโครงการดังกล่าว พบว่า ผู้ป่วยใช้เวลาในการตรวจและรอใบสั่งยาไม่เกิน 45 นาที ผู้ป่วยไม่เสียเวลาในการรอรับยา สามารถไปรอรับยาที่บ้านได้ ซึ่งผู้ป่วยที่เข้าโครงการส่วนมากมีความพึงพอใจต่อบริการดังกล่าวอย่างมาก

“ในเบื้องต้นมีข้อจำกัดว่า ทางโรงพยาบาลจะสามารถจัดส่งยาให้ได้ในผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรัง ที่ต้องกินยาต่อเนื่อง แต่กลุ่มยาที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทนั้นไม่สามารถส่งทางไปรษณีย์ได้ เพราะมีข้อห้ามตามกฎหมาย ส่วนยาน้ำและยาที่ต้องอยู่ในตู้เย็นไม่สามารถส่งได้ ส่วนเรื่องที่ผู้ป่วยจะเกรงว่าการส่งทางไปรษณีย์ความร้อนจะส่งผลกระทบต่อยาหรือไม่ ในเรื่องดังกล่าวได้ผ่านการวิจัยแล้วว่า ไม่มีผลกระทบใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้การดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับเภสัชกร”

อย่างไรก็ตาม ภก.วิชิต ระบุว่า  ในการทำงานของเภสัชกรโดยทั่วไปอาจจะเกิดความผิดพลาดได้เพียง  0.05 ต่อ 1,000 ใบสั่งยา  หรือไม่ถึง 1% ซึ่งจะเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเช่น ผิดจำนวน ผิดวิธีใช้ เป็นต้น  ซึ่งเวลาที่เกิดความผิดพลาดกลับไม่ใช่ช่วงเวลาที่เร่งด่วน แต่สำหรับในการบรรจุส่งยาทางไปรษณีย์ ทางเภสัชกรจะใช้ช่วงเวลา 14.00-15.00 น. ในการจัดส่งยาทางไปรษณีย์ ซึ่งทุกขั้นตอนจะมีกล้องวิดีโออัดเทปในการทำงาน ทุกขั้นตอน จึงสามารถการันตีได้ว่าการจัดส่งยามีความปลอดภัยและถูกต้อง 100% ซึ่งสามารถจัดส่งได้ถึงวันละ 20-30 ราย  ในปัจจุบัน 78% ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ยามากขึ้น

“ที่ผ่านมาเรามีการประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าวน้อยมาก และเรื่องของข้อจำกัดทางบุคลากรยังเป็นอุปสรรคที่สำคัญของการทำงาน แต่มีโชคดีอยู่ที่ว่า เรายังมีการประชุมเพื่อสรุปหาข้อดีข้อเสียของการทำงานอย่างต่อเนื่อง และมีระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยให้การทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ”

สุดท้าย ภก.วิชิต กล่าวว่า ประเทศไทยยังขาดบุคลกรด้านเภสัชกรอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้มีการเก็บสถิติเหมือนกับแพทย์ พยาบาล จึงทำให้ไม่มีหน่วยงานใดสนใจที่จะเพิ่มบุคลากรด้านเภสัชให้เพียงพอต่อประชาชน

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

ความคิดเห็นล่าสุด

สมยศ ศุภกิจไพบูลย์
10 ชั่วโมง 17 นาที ago
สุรศักดิ์
13 ชั่วโมง 54 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

สมยศ ศุภกิจไพบูลย์
10 ชั่วโมง 17 นาที ago
สุรศักดิ์
13 ชั่วโมง 54 นาที ago
กลับด้านบน