สำรวจพบตู้ทำน้ำเย็นในโรงเรียนตะกั่วปนเปื้อนเกินมาตรฐาน

Wed, 2014-06-18 19:30 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สำรวจพบน้ำจากตู้ทำน้ำเย็นในโรงเรียนพบตะกั่วปนเปื้อนเกินมาตรฐานเพียบ สธ. ชี้อันตรายต่อเด็ก หากพิษสะสมเสี่ยงอัมพาตปลายนิ่วมือนิ้วเท้า ซ้ำตู้สกปรกเสี่ยงติดโรคระบบทางเดินอาหาร เตือนเลือกตู้น้ำดื่มทำจากเหล็กกล้า ไม่มีตะกั่วผสม เช่นเดียวกับเครื่องครัวทำอาหาร หมั่นทำความสะอาดบ่อยๆ

นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ตู้ทำน้ำดื่มในโรงเรียนถือเป็นจุดเสี่ยงอันตรายที่มีผลต่อสุขภาพของนักเรียน หากไม่มีการทำความสะอาดเป็นประจำ โดยเฉพาะสารตะกั่วในน้ำดื่มจากตู้ทำน้ำดื่มที่ไม่มีคุณภาพ หากได้รับพิษตะกั่วอย่างต่อเนื่องและปริมาณมากจะก่อให้อันตรายต่อร่างกายอย่างเฉียบพลัน คือ มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง เมื่อพิษสะสมจะทำให้ระบบประสาทส่วนปลายเป็นอัมพาตที่นิ้วเท้าและมือ เหนื่อยง่าย และอ่อนเพลียได้
       
นพ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า จากข้อมูลสำรวจการปนเปื้อนตะกั่วในน้ำดื่มจากตู้ทำเย็นของโรงเรียนในจังหวัดต่างๆ พบว่าส่วนหนึ่งยังมีค่าสูงเกินมาตรฐานคุณภาพน้ำบริโภคกรมอนามัย พ.ศ. 2553 คือ 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร และจากการเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจสอบสภาพของแหล่งน้ำ และเครื่องทำน้ำเย็นที่ใช้ตะกั่วเป็นตัวเชื่อมตะเข็บรอยต่อทั้งตู้ใหม่ และตู้เก่าที่ผ่านการซ่อม พบว่า มีการเชื่อมทั้งบริเวณมุมของภายในช่องท่อต่อน้ำเข้าเครื่องบริเวณลูกลอยกับก้าน และช่องท่อส่งน้ำออกบริเวณพื้นตัวถังไปสู่ก๊อกน้ำ ทำให้น้ำที่ไหลผ่านตู้น้ำมีตะกั่วปนเปื้อน รวมทั้งที่เก็บน้ำมีความสกปรก ขาดการดูแลอย่างสม่ำเสมอ หากดื่มเข้าไปทำให้ร่างกายได้รับน้ำที่ปนเปื้อนทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินอาหาร ทั้งอุจจาระร่วง บิด ไทฟอยด์ อหิวาต์ ในกลุ่มเด็กนักเรียน ซึ่งสถานการณ์โรคอุจจาระร่วงในกลุ่มเด็กปี 2557 จากรายงานการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา พบผู้ป่วยในกลุ่มอายุ 7 - 9 ปี จำนวน 22,798 ราย และในกลุ่มอายุ 10 - 14 ปี จำนวน 24,631 ราย
       
ด้าน นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การป้องกันอันตรายสารตะกั่วจากตู้น้ำดื่ม ควรเริ่มตั้งแต่การเลือกซื้อตู้ทำน้ำเย็นที่ประกอบด้วยเหล็กกล้าไร้สนิมเกรดดี ชนิดหนา เพื่อป้องกันการได้รับสารตะกั่วในร่างกาย เพราะถึงแม้ว่าจะปนเปื้อนจำนวนน้อยก็ส่งผลกระทบต่อเด็กได้ง่าย เนื่องจากเด็กมีความไวต่อการสัมผัส หากร่างกายได้รับสารตะกั่วในปริมาณสูงก็จะเกิดอาการเป็นพิษได้ โดยถังเก็บน้ำต้องทำด้วยวัสดุเหล็กกล้าไร้สนิมที่ใช้กับอาหาร ไม่มีตะกั่วเป็นส่วนผสม เชื่อมตะเข็บรอยต่อด้วยก๊าซอาร์กอน หรือก๊าซสำหรับเชื่อมอื่นที่ไม่มีสารพิษปนเปื้อน และไม่มีผลตกค้างในถังน้ำ ช่องต่อท่อน้ำออก ท่อระบายน้ำทิ้ง ก๊อกน้ำ ช่องรอยต่อข้อต่างๆ เป็นข้อต่อพลาสติกใช้กับอาหารที่ไม่ทำให้น้ำมีกลิ่น รส สีเปลี่ยนไปจากเดิม และต้องไม่มีสารพิษในเนื้อพลาสติก
       
“ส่วนโรงเรียนต้องหมั่นดูแลทำความสะอาดตู้น้ำดื่มโดยการล้างที่เก็บน้ำภายในตู้ทุกสัปดาห์ ทำความสะอาดก๊อกน้ำและบริเวณผิวภายนอกตู้ให้สะอาดทุกวัน โดยใช้ผ้านุ่มหรือฟองน้ำล้างภายในด้วยน้ำยาล้างจานจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ตรวจสอบสายไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพดี รวมถึงดูแลบริเวณติดตั้งตู้น้ำดื่มให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่มีน้ำขังนองเพื่อความปลอดภัยจากไฟฟ้าลัดวงจร” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว