สธ.ชี้ “ร่างกม.อุ้มบุญ” ควรเปิดให้สังคมร่วมหาทางออก เหตุละเอียดอ่อน มีผลกระทบวงกว้าง

Wed, 2014-08-13 17:47 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ปลัดสธ. หารือแพทยสภาป้องกันควบคุมปัญหาแพทย์ทำผิดกฎหมายกรณีการอุ้มบุญ ชี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนไม่ใช่มิติทางการแพทย์ด้านเดียว เตรียมหารือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ เพื่อหาทางออกและครอบคลุมมิติทางด้านสังคมด้วย 

วันนี้ (13 สิงหาคม 2557) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการแก้ไขป้องกันปัญหาการอุ้มบุญ ว่า ในวันนี้ได้หารือกับนายแพทย์สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา และทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพใน 2 ประเด็น คือ 1.การควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพขอให้แพทยสภา ดูแลควบคุมกำกับมาตรฐาน จริยธรรมของสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์  ที่ขึ้นทะเบียนกับราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ซึ่งทั่วประเทศมี 240 คน โดยแพทยสภากำลังจะเชิญประชุมแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพสูตินรีเวช ในวันที่ 29 สิงหาคม 2557 เพื่อหารือแนวทางการดำเนินงานด้านการแพทย์ตามมาตรฐานวิชาชีพ ป้องกันปัญหาการกระทำผิดกฎหมาย

2.มอบให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ประสานจัดประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดกลไกการควบคุมตรวจสอบอย่างเป็นระบบ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทยในเรื่องการแจ้งเกิด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และด้านสังคม เพื่อหาทางออกร่วมกัน เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีผลกระทบกว้างขวางกว่ามิติด้านการแพทย์ ขณะที่ปัจจุบันมีกฎหมายที่ดูแลในเรื่องนี้ เพียง 2 ฉบับ คือพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 และประกาศแพทยสภาเท่านั้น 

นพ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ จากการพิจารณาในวันนี้ กระทรวงสาธารณสุขและแพทยสภา มีความเห็นตรงกันว่า ควรรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเปิดให้สังคมได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และมีผลกระทบทางสังคมเป็นวงกว้าง ซึ่งจะต้องหารือในรายละเอียดกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นเจ้าของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อให้มีความครอบคลุมกับประเด็นทางสังคมที่ยังมีคำถามอยู่ในขณะนี้ เช่น กรณีการฝากตั้งครรภ์โดยผู้รับตั้งครรภ์แทน ไม่ต้องมีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับคู่สามีภรรยา เป็นต้น  

ส่วนกรณีน้องแกรมมี่ ได้มอบให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ดำเนินการกับสถานพยาบาลและแพทย์ที่ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย