ประชาคมสธ.จับตาโยกย้ายขรก. แนะผู้บริหารรับฟังทุกภาคส่วน

Wed, 2014-09-17 18:34 -- hfocus
Print this pagePrint this page

ประชาคมสาธารณสุข ส่งจดหมายเปิดผนึก ถึง คสช. นายกรัฐมนตรี รมว.สธ.- รมช.สธ. เรียกร้องแต่งตั้งโยกย้าย ขรก.สธ. ต้องเป็นธรรม หวั่นการเมืองแทรกย้ายข้ามรุ่น แนะยึดหลักระบบธรรมาภิบาล ชี้เป็นต้นตอปัญหาทุจริตคอรัปชั่น แนะใช้เป็นโอกาสปฏิรูปประเทศไทย ด้านหมออุทุมพรเผยหลังรมว.สธ.ตั้งขรก.การเมือง เข้าใจต้องเลือกคนใกล้ชิดมาทำงาน แต่ผู้บริหารต้องมีมุมมองหลากหลาย รับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนจึงจะขับเคลื่อนงานได้

พญ.อุทุมพร กำภู ณ อยุธยา

17 ก.ย.57 พญ.อุทุมพร กำภู ณ อยุธยา ประธานชมรมนพ.สสจ. และประชาคมสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในช่วงระหว่างการตั้งแต่งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากเป็นช่วงการเกษียณอายุข้าราชการ ดังนั้นเพื่อให้การแต่งตั้งโยกย้ายเป็นไปตามระบบธรรมาภิบาล ระบบคุณธรรม ทางประชาคมสาธารณสุขจึงได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) รัฐมนตรีช่วยว่าการสาธารณสุข (รมช.สธ.) และปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสะท้อนความกังวลต่อการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ สธ.เช่นเดียวกับในอดีตที่ผ่านมา

พญ.อุทุมพร กล่าวว่า ที่ผ่านมาประชาคมสาธารณสุขได้ขับเคลื่อนกิจกรรมในช่วงวิกฤติบ้านเมือง โดยยึดหลักการความเป็นธรรมมาโดยตลอด โดยเฉพาะประเด็น “ไม่เอารัฐบาลโกง” และประณามความรุนแรง พร้อมกันนี้ยังได้เฝ้าระวังสถานการณ์ต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีคณะรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยก็ตาม เนื่องจากเป็นช่วงที่ประเทศกำลังเข้าสู่การปฏิรูปประเทศ และในช่วงที่กำลังมีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการ สธ. ประชาคมสาธารณสุขมองว่า การแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่มีธรรมาภิบาลจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทุจริตคอรัปชั่น จึงขอเรียกร้องดังนี้

1.การแต่งตั้งโยกย้ายต้องดำเนินการตามกรอบกติกาที่มีธรรมาภิบาล และระบบคุณธรรม ตามระเบียบและประเพณีปฏิบัติที่ดีกระทรวงสาธาธารณสุข 2.กระบวนการคัดเลือกแต่งตั้งต้องเปิดเผยโปร่งใส เปิดโอกาสให้ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน และ 3.ผลการแต่งตั้งโยกย้ายต้องเป็นไปเพื่อก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพในการอภิบาลงานสาธารณสุขให้เกิดประโยชน์กับประชาชนโดยไม่เลือกพวกพ้อง สร้างความปรองดองสมานฉันท์ที่เป็นทิศทางสำคัญของประเทศในขณะนี้ ทั้งนี้ทางประชาคมสาธารณสุขจะติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ความไม่เป็นธรรมในทุกขั้นตอน ประชาคมสาธารณสุขจะต่อต้านการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่มีธรรมาภิบาลอย่างถึงที่สุด

ต่อข้อซักถามว่า ขณะนี้เริ่มปรากฎรายชื่อโผข้าราชการในการโยกย้ายแล้ว มีความเห็นอย่างไร พญ.อุทุมพร กล่าวว่า เท่าที่ดูตามที่สื่อนำเสนอ ยอมรับว่ามีความกังวลใจพอควร ทางประชาคมสาธารณสุขจึงออกมาเรียกร้อง แต่ทั้งนี้เนื่องจากประชาคมสาธารณสุขไม่มีบทบาทที่จะไปชี้หรือระบุตัวบุคคลที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เพียงแต่อยากให้การพิจารณาต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และระบบธรรมาภิบาล ที่ทาง สธ.ได้พยายามพัฒนาในช่วงที่ผ่านมา และต้องไม่กระทบต่อขวัญกำลังใจข้าราชการและเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงาน

“จดหมายเปิดผนึกที่ทางประชาคมสาธารณสุขจัดทำขึ้น ไม่แต่เฉพาะเรียกร้องต่อ รมว.สธ.  และ รมช.สธ. เท่านั้น แต่ยังเรียกร้องไปยัง คสช. และรัฐบาล เนื่องจากมองว่าเรื่องระบบคุณธรรม ไม่ใช่แค่เรื่องของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทุกหน่วยงาน และต้องทำเป็นภาพรวมของประเทศด้วย โดยเฉพาะที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการปฏิรูปประเทศ จึงนับเป็นโอกาสที่ดีที่จะเดินหน้าเรื่องนี้” ประธานประชาคมสาธารณสุข กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเห็นอย่างไรต่อรายชื่อทีมเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข รวมไปถึงทีมนักวิชาการ ซึ่งได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามาจากกลุ่มแพทย์ชนบท พญ.อุทุมพร กล่าวว่า การทำงานเราเข้าใจ เพราะผู้บริหารคงต้องเลือกคนใกล้ชิดมาทำงาน เลือกคนที่สามารถทำงานร่วมกันได้ จึงปรากฎรายชื่อตามที่เห็น แต่ในการบริหารนั้น ในฐานะผู้บริหารจะต้องมีมุมมองที่หลากหลาย มองในทุกมิติ รับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน เพราะในกระทรวงสาธารณสุขมีกลไกการทำงานและขับเคลื่อนที่หลากหลาย และหลายระดับ ทั้งส่วนกลางและพื้นที่ ซึ่งจะช่วยในการนำพาและขับเคลื่อนงานสาธารณสุขประเทศได้ ในฐานะที่กระทรวงสาธารณสุขเป็นหัวเรือใหญ่ในด้านงานสุขภาพ

ด้านเว็บไซต์เดลินิวส์รายงานว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะตำแหน่งรองปลัด สธ.เทียบเท่าระดับ 10 ว่างลง มีฝ่ายการเมืองต้องการแต่งตั้งรองอธิบดี ระดับซี 9 ที่ไม่เคยผ่านการเป็นผู้ตรวจรายการมาก่อน ขึ้นมานั่งในตำแหน่งรองปลัด ระดับ 10 ซึ่งผิดธรรมเนียมปฏิบัติ เพราะตามธรรมเนียมต้องเลื่อนขึ้นมาจากผู้ตรวจราชการ หรือ อธิบดีกรม ตามลำดับ ในขณะที่ยังมีข้าราชการระดับ 10 อีกกว่า 20 คน ที่สามารถจะขึ้นมาเป็นรองปลัดได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2550 สมัย นพ.มงคล ณ สงขลา ดำรงตำแหน่ง รมว.สธ. ก็ต้องการให้ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ซึ่งเป็นรองอธิบดีกรมควบคุมโรคในขณะนั้น มาเป็นรองปลัดสธ. ทำให้เกิดข้อสงสัยและคำถาม แต่ นพ.ณรงค์ ปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งโดยให้เหตุผลว่าผิดธรรมเนียมและข้ามรุ่น จึงยุติชนวนความขัดแย้งแตกแยกได้ จึงทำให้การแต่งตั้งในครั้งนี้เป็นที่จับตามองเช่นเดียวกัน