สธ.นิเทศก์เขต 12 อัดสปสช.แอบอ้างผลงาน ด้านสสจ.พังงา เขียน ‘บางกล่ำรำพึง’

Sun, 2014-10-26 13:35 -- hfocus
Print this pagePrint this page

หมอยอร์น สาธารณสุขนิเทศก์เขต 12 โพสต์เฟซบุคเดือด อัดสปสช.แอบอ้างผลงานแก้ปัญหาขาดทุนของรพ.บางกล่ำ จ.สงขลา ทั้งที่เป็นความร่วมมือของรพ.หาดใหญ่ รพ.บางกล่ำ ด้านหมอไพศาล สสจ.พังงา อดีตว่าที่ผอ.สปสช.เขต 12 เขียนบทความ บางกล่ำรำพึง เล่าย้อนเหตุการณ์สมัยเคยเป็นปธ.การเงินการคลังสธ.เขต 12 การช่วยแก้ปัญหาวิกฤติการเงินของรพ.บางกล่ำ

นพ.ยอร์น จิระนคร

26 ต.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์ เขตบริการสุขภาพที่ 12 กระทรวงสาธารณสุข ได้โพสต์ Facebook ส่วนตัววันที่ 24 ต.ค. แสดงความเห็นต่อว่าและตำหนิสปสช. หลังจากที่ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สธ. และนพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม รพ.บางกล่ำ จ.สงขลา โดยระบุว่า

“อยากให้เหฺ็นความชั่ว และ เลว ของสปสช. ขณะที่ รมว. กำลังพูด มันแจกข่าว ผู้สื่อข่าว เรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญที่สุด มันอ้างว่า เป็นผลงานของมัน ทั้งที่ รพ.หาดใหญ่ และ รพ.บางกล่ำ ท่าน สสจ. สสอ. บุกบ่าฝ่าฟัน ผลงานเด่นของเขตสุขภาพ และ service plan ที่ท่านปลัดกระทรวง สนับสนุนมาโดยตลอด สปสช. ทำเชี่ยอะไรฟะ อยากรู้ วิธีทำงานแบบตีกิน และ เอาผลงานคนอื่นมาเสนอหากินบนหลังคนอื่น ของถนัด พรุ่งนี้ นสพ. คงลงข่าวชื่นชม สปสช. กันใหญ่”

ทั้งนี้ เอกสารข่าวแจกของสปสช. ในส่วนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสปสช.นั้น ได้ระบุว่า การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์เป็นภารกิจที่มีอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ และรพ.บางกล่ำนับเป็นหน่วยบริการที่พัฒนาศักยภาพเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า นอกจากภารกิจด้านการรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ให้กับผู้พิการที่เป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิต นับเป็นอีกภารกิจหนึ่ง ซึ่ง สปสช.ได้ตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยกำหนดสิทธิประโยชน์พร้อมสนับสนุนงบประมาณตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา นอกจากงบเหมาจ่ายรายหัวที่ส่งตรงยังหน่วยบริการ และต่อมาในปี 2553 ได้ขยายสิทธิประโยชน์การฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ให้ครอบคลุมถึงกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งโรงพยาบาลบางกล่ำนับเป็นหน่วยบริการที่พัฒนาศักยภาพเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะยังช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้น”

ขณะเดียวกัน ประเด็นดังกล่าวนี้ได้มีการส่งต่อและเผยแพร่ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยมีการแคปเจอร์ภาพหน้าจอจาก facebook ของนพ.ยอร์นมาส่งต่อ และล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ต.ค. นพ.ไพศาล เกื้ออรุณ นพ.สสจ.พังงา ก็ได้เขียนถึงประเด็นดังกล่าว ในชื่อหัวข้อว่า บางกล่ำรำพึง โดยระบุว่า เมื่อครั้งทำหน้าที่เป็นประธานการเงินการคลังสำนักงานสาธารณสุขเขต 12 เมื่อปี 55-56 จำได้ว่า การจัดสรรงบรายหัวตามประชากรทำให้รพ.บางกล่ำเกิดวิกฤตทางการเงินอย่างหนัก เมื่อวิเคราะห์ปัญหาพบว่าเกิดจากงบประมาณสนับสนุนไม่เพียงพอสำหรับรพ.ที่มีประชากรขนาดนี้และอยู่ในเขตเมือง คอนนั้นมีการเกลี่ยเงินจากรพ.อื่นมาช่วยเหลือตามประสาพี่น้อง โดยไม่ได้สนใจแนวทางการจัดสรรเงินของสปสช. และมีการเพิ่มงานให้กับรพ.จากความร่วมมือของรพ.หาดใหญ่ จนวันนี้รพ.บางกล่ำสามารถยืนหนัดได้ตนเอง แต่กลับมีคนมาแอบอ้างผลงานไป ทั้งที่ตนเองเป็นผู้ก่อปัญหา โดยมีรายละเอียด ดังนี้

บางกล่ำรำพึง  นพ.ไพศาล เกื้ออรุณ 25 ต.ค.57

​“วันนี้เช้า 25 ตุลาคม 2557 อ่านข่าวเรื่องความขัดแย้งระหว่างทีมงานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.) เกิดความรู้สึกได้หลายเรื่องราวเหลือเกิน อ่านมาถึงบทความที่ผู้บริหารระดับสูงท่านหนึ่งเขียนระบายความในใจที่รู้สึกต่อกรณีการแก้ปัญหาการล่มสลายทางการเงินของโรงพยาบาลบางกล่ำ จังหวัดสงขลาที่สามารถแก้ไขได้สำเร็จ โดยการร่วมไม้ร่วมมือของ โรงพยาบาลหาดใหญ่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา และโรงพยาบาลบางกล่ำเอง แล้วถูกสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแย่งผลงานไปเฉย...

​ผมนั่งมองสายฝนที่ตกมาเสมือนหนึ่งเศร้าเสียใจต่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ทบทวนเหตุการณ์นี้ที่ครั้งหนึ่งมีโอกาสเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ในฐานะทีมีโอกาสทำหน้าที่ประธานการเงินการคลังสำนักงานสาธารณสุขเขต 12 ในปี 2555-2556...จำได้ดีว่า ตอนนั้นด้วยระบบจัดสรรทรัพยากรตามหัวประชากร ส่งผลให้โรงพยาบาลบางกล่ำเกิดภาวะวิกฤติทางการเงินอย่างหนัก ทีมงานเขตฯ ก็เข้าไปหาหนทางดูแล ผู้ตรวจราชการยุคนั้นร่วมมือกับทีมงานของเขตฯ...

​ตอนนั้นจำได้ดีว่า โรงพยาบาลบางกล่ำถูกวิเคราะห์รากแก่นของปัญหาพบว่า ได้รับการสนับสนุนงบประมาณไม่เพียงพอสำหรับการบริหารโรงพยาบาลที่มีประชากรขนาดนี้และอยู่ในเขตเมือง ตอนนั้นทีมงานมองถึงการแก้ปัญหา ฟื้นฟูโรงพยาบาลด้วยการเกลี่ยเงินจากโรงพยาบาลอื่นมาช่วยกันตามประสาพี่น้องไม่ได้สนใจกติกาการให้เงินตามแนวทางของ สปสช. ซึ่งใช้การเงินนำในการบริหาร จากนั้นก็เพิ่มงานให้กับโรงพยาบาลโดยการร่วมมือจากโรงพยาบาลหาดใหญ่
​ผู้บริหารจาก สป. เคยลงไปเยี่ยมเพื่อแก้ปัญหาหลายครั้ง จนในที่สุดวันนี้ โรงพยาบาลแกร่งพอที่จะยืนได้ด้วยตัวเองตามรูปแบบการดำเนินงานแบบใช้งานนำการเงิน มีการช่วยเหลือกันระหว่างโรงพยาบาลด้วยความมุ่งมั่นทำให้สร้างสุขให้กับสาธารณะ ใช้ปรัชญาการทำร่วมกับแบบสุขนิยมแทนทุนนิยมที่กติกา สปสช. กำหนดไว้

จำได้ว่าครั้งหนึ่งผู้บริหารระดับสูงถามพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยตามแนวทางใหม่ ซึ่งปริมาณงานเพิ่มขึ้นว่า งานเยอะขึ้นต้องการงบประมาณค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นหรือไม่ คำตอบที่กระชากใจผมมาก ๆ คือ พยาบาลท่านนั้นตอบว่าโรงพยาบาลไม่มีเงิน เราทำงานช่วยพี่น้องประชาชน ช่วยโรงพยาบาลของเราด้วยความเต็มใจ อยากช่วยโรงพยาบาลก่อน ถ้าโรงพยาบาลมีเงินแล้วคงดูแลพวกเราอย่างแน่นอน ตอนนี้ไม่ต้องการเงินจากการทำงานให้โรงพยาบาล เป็นความภูมิใจที่ตนเองมีส่วนช่วยองค์กร...

วันนั้น ถ้าเราเชื่อมั่นในกติกาทางการเงินนำงานของ สปสช. แบบแบ่งพื้นที่แข่งขันกันแบบทุนนิยม ตอนนี้โรงพยาบาลบางกล่ำคงล่มสลายทางการเงินไปแล้ว แต่เมื่อหันมาใช้ระบบงานทุกขภาวะของประชาชนนำโดยจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสมกับงานภาพรวม โรงพยาบาลบางกล่ำภายใต้การบริหารงานระดับเขต ระดับจังหวัด ก็สามารถเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้อย่างน่าชื่นชม เป็นผลงานที่ดี ดีจนเกิดปรากฏการณ์แย่งผลงานกันซึ่งหน้า ผู้บริหารระดับสูงที่ออกมาแฉข้างต้น คงทนไม่ได้ออกมาชำแหละ สำหรับผมวันนี้แม้ไม่ได้อยู่ในเขตฯ 12 แล้ว แต่ด้วยความรักความผูกพันที่มีต่อเขตฯนี้ ทำให้อดไม่ได้ที่จะเฝ้าติดตามและยังคงปรึกษาหารือกับทีมงานตลอดมา

ในฐานะเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนร่วมกับการแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินของโรงพยาบาลบางกล่ำด้วย จึงเห็นใจต่อผู้ที่ต่อสู้แก้ปัญหาที่เกิดจากนโยบายเงินนำงาน วันนี้ขอแค่เสียงปรบมือให้เกียรติกับพวกเขาที่แก้ปัญหาด้วยวิธีงานนำเงิน จนโรงพยาบาลพ้นวิกฤติการเงิน ประชาชนมีสุขภาวะ...หยุดเถิดครับ อย่าแสร้งแอบอ้างผลงานที่ตนไม่ได้ทำเสียทีเถอะ...คุณคือผู้ก่อปัญหา เขาคือผู้แก้ เมื่อเขาทำสำเร็จ แค่แสดงความขอบคุณ แล้วมาจับมือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยสัมมาทิฐิเสียทีเถอะ...ฝนที่ตกจะได้เป็นสายน้ำแห่งความปิติเสียที”

ทั้งนี้ นพ.ไพศาล เกื้ออรุณ ก่อนหน้านี้ระหว่างที่ยังเป็น นพ.สสจ.ประจวบคีรีขันธ์นั้น กำลังจะย้ายมารับตำแหน่งผอ.สปสช.เขต 12 ก่อนจะมีคำสั่งของปลัดสธ. (ดูที่นี่) เมื่อวันที่ 14 พ.ค.57 ย้ายให้มาเป็นนพ.สสจ.พังงา ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.57 แทน จึงมีข่าวลือในแวดวงผู้บริหารระดับสูงว่า ทางสำนักงานปลัดสธ.ต้องการดึงไว้ไม่ให้มาทำงานกับสปสช. แต่ตอบแทนด้วยการย้ายไปประจำในจังหวัดใกล้ภูมิลำเนาแทน