สปสช.เผยผลคำนวณจัดงบบัตรทองแบบสธ. ‘ทำเงินไหลออกนอกระบบ-ดึงงบข้ามเขต’

“สปสช.” เผย “หมอรัชตะ” เดินหน้า คกก.แก้ไขปัญหา รพ.ขาดทุน หลัง “หมอยุทธ” ลาออก เผยข้อมูลวิเคราะห์ข้อเสนอ สธ.ปรับงบเหมาจ่ายขาลง เฉพาะผู้ป่วยในมีการเคลื่อนย้ายงบข้ามเขต 1.5 พันล้าน แถมทำงบ สธ.ไหลออกไปยังรพ.นอกสธ.กว่า 257 ล้านบาท ทั้งยังทำให้งบจากเขต 1 เขต 2 และเขต 3 รวมกันกว่า 600 ล้านบาทไหลไปเขตภาคใต้ เท่ากับทำให้บางเขตได้เงินเพิ่มขึ้น บางเขตได้เงินน้อยลง แต่ประชากรให้บริการยังเท่าเดิม พร้อมระบุยังไม่ได้รับข้อมูลจาก สธ. เพื่อศึกษาเสมือนจริง 2 เขต

5 ม.ค.58 ที่โรงแรมมิราเคิล - นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาโรงพยาบาลขาดทุนว่า ทาง ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข ยังคงเดินหน้าต่อเนื่องเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเบื้องต้นมีข้อเสนอที่อยากให้มีการแยกงบประมาณการบริหารโรงพยาบาลที่ประสบภาวะขาดทุนและโรงพยาบาลชายแดนออกจากโรงพยาบาลทั่วไป เนื่องจาก รพ.เหล่านี้มีต้นทุนการบริหารที่สูง ซึ่งจะทำให้เห็นปัญหาและนำไปสู่แนวทางของการแก้ไขปัญหาระยะยาวได้ แต่ทั้งนี้ยังต้องดูในส่วนของรายละเอียดเพิ่มเติม

นพ.วินัย กล่าวว่า ที่ผ่านมา ศ.นพ.รัชตะ ได้จัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการตรวจสอบและปรับปรุงสถานะทางการเงินของหน่วยบริการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมี นพ.ยุทธ โพธารามิก อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน แม้ว่า นพ.ยุทธ จะลาออกแล้ว แต่ทาง รมว.สาธารณสุขยังอยากให้กลไกนี้เดินหน้าต่อเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง

ส่วนข้อเสนอการปรับจัดสรรงบเหมาจ่ายขาลงของทาง สธ.ที่เสนอต่อ สปสช.นั้น นพ.วินัย กล่าวว่า ข้อเสนอของ สธ.เป็นเพียงหลักการกว้างๆ และจากที่ สปสช.ได้ลองวิเคราะห์พบว่า หากทำการจัดสรรเงินไปที่เขตบริการสุขภาพตามที่ สธ.นำเสนอนั้น เมื่อเปรียยเทียบกับประกาศหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณไปยังหน่วยบริการของ สปสช. พบว่าจะมีการเคลื่อนย้ายงบประมาณข้ามเขต เฉพาะงบผู้ป่วยใน 1.5 พันล้านบาท โดยในจำนวนนี้จะมีเม็ดเงินของ สธ.ที่ไหลไปยังหน่วยบริการนอก สธ.ถึง 257 ล้านบาท ซึ่งไม่ทราบว่า สธ.ได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้หรือไม่ นอกจากนี้ยังจะมีการเคลื่อนย้ายงบประมาณข้ามเขตด้วย โดยพบว่าจะมีเม็ดเงินถึง 600 ล้านบาทจากเขต 1 เขต 2 และเขต 3 ที่ไหลไปเขตภาคใต้ เท่ากับว่าจะมีบางเขตได้งบเพิ่มขึ้น และที่บางเขตจะถูกตัดงบลง  

นอกจากนี้ข้อเสนอ สธ.ที่ขอให้ สปสช.ตัดเงินเดือนในระดับเขตและให้มีการเกลี่ยเงินข้ามจังหวัดนั้น พบว่า ทำให้รพ.ได้รับเงินน้อยกว่าเดิม อย่างเช่น รพ.อุ้มผาง เฉพาะผู้ป่วยในในกรณีที่ให้บริการผู้ป่วยเท่าเดิมจะได้รับงบประมาณน้อยลงประมาณ 2 ล้านบาท จากเดิมที่ได้รับ 34 ล้านบาท

“นี่เป็นเพียงการวิเคราะห์คร่าวๆ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ต้องดูในรายละเอียดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น แต่โชคไม่ดี คือเพราะเราไม่สามารถศึกษาลงรายละเอียดได้ อย่างเช่น ในการเสนอทดลองเสมือนจริงในการจัดสรรงบตามที่ สธ.เสนอ 2 เขต คือ เขต 2 และ 10 ปรากฎว่า สธ.ไม่ได้ส่งข้อมูลมา แต่จากการดูเบื้องต้นพบว่าทั้ง 2 เขตมีความแตกต่างกัน ส่วนที่มีการระบุว่าข้อเสนอ สธ.จะทำให้การบริการประชาชนดีขึ้น เพื่อทดสอบว่าจะเป็นจริงตามนั้นหรือไม่ ก็ต้องมาทดลองคำนวณเสมือนจริงเพื่อเปรียบเทียบกันได้” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

ด้าน นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ปัญหา รพ.ขาดทุน ซึ่งข้อเท็จจริงต้องใช้คำว่า รพ.ขาดสภาพคล่องแทน โดยต้องยอมรับว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี 2555-2556 อัตรางบเหมาจ่ายรายหัวอยู่ระดับคงที่ ทำให้ไม่สมดุลกับรายจ่ายที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการปรับเงินเดือนและค่าตอบแทนตามภาระงาน จึงทำให้เกิดปัญหา นอกจากนี้ส่วนหนึ่งยังเกิดจากการบริหารจัดการ 

นพ.ประทีป กล่าวต่อว่า แนวทางแก้ไข เบื้องต้นจะต้องมีคณะกรรมการซึ่งเป็นกลไกกลางลงไปดูว่าแต่ละแห่งมีปัญหาขาดทุนอย่างไร ซึ่งคณะกรรมการอำนวยการตรวจสอบและปรับปรุงสถานะทางการเงินของหน่วยบริการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นกลไกที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ นอกจากนี้ทั้ง สปสช.และ สธ.เองต้องจับมือเพื่อผลักดันให้มีการเพิ่มงบเหมาจ่ายรายหัวเพื่อแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังต้องมีการปรับเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการเช่นเดียวกับภาคเอกชน

“ที่ รมว.สาธารณสุขตั้งคณะกรรมการที่มี นพ.ยุทธเป็นประธาน ถือเป็นกลไกกลางที่จะเข้าไปช่วยวิเคราะห์ รพ.สภาพคล่องและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ โดยมีการออกแบบคณะกรรมการให้มีผู้แทนที่เป็นกลางจากหน่วยงานต่างๆ ประกอบไปด้วย ทั้งผู้บริหารจาก สธ. และ สปสช. ผู้แทนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และกรมบัญชีกลาง เป็นต้น” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว 

ความคิดเห็นล่าสุด

Rogerujat
11 ชั่วโมง 30 นาที ago
Rogerujat
11 ชั่วโมง 33 นาที ago

ข่าวล่าสุด

ความคิดเห็นล่าสุด

Rogerujat
11 ชั่วโมง 30 นาที ago
Rogerujat
11 ชั่วโมง 33 นาที ago
กลับด้านบน