ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

กรมสุขภาพจิตเตือนเก็บยาจิตเวชให้มิดชิด หลังมีเด็กนำยาจิตเวชไปให้เพื่อนกินโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ส่งผลกระทบกับร่างกาย แจงยาดังกล่าวเป็นยาผิดกฎหมาย ออกฤทธิ์ทางจิตประสาท ไม่มีการอนุมัติทะเบียนตำรับยาในประเทศ ปัจจุบันไม่มีการใช้ในสถานบริการของรัฐบาล ระบุยาจิตเวชไม่ใช่ยาอันตรายแต่ควรอยู่ในการควบคุมของแพทย์

11 ม.ค.58 พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีที่นักเรียนหญิงนำยารักษาโรคประสาทของพี่เขยมาให้เพื่อนลองรับประทานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้เพื่อนเกิดอาการมึนงง เสียการทรงตัว อาเจียน มีอาการคล้ายเมายาและเบลอ ว่า ยาดังกล่าวเป็นยาเป็นยาผิดกฎหมาย ออกฤทธิ์ทางจิตประสาท ชื่อยาอีริมินไฟว์ (Erimin5) ในหมู่ผู้ใช้ นิยมเรียกยานี้ในชื่อ five – five หรือ happy5 ซึ่งอยู่ในกลุ่มเบนโซไดอาซีพีน (benzodiazepine) ตัวยาจะทำให้มีอาการสับสน มึนงง เสียการทรงตัว ทำให้นอนหลับ เคลิ้มฝัน ช่วงที่รับประทานจะสูญเสียความทรงจำและออกฤทธิ์ยาวนานกว่า 60 ชั่วโมง หากรับประทานเป็นเวลานานจะเกิดการเสพติด ยิ่งถ้ารับประทานกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะออกฤทธิ์กดประสาทส่วนช่วยการหายใจ อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า ยาดังกล่าวผิดกฎหมาย จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ไม่มีการอนุมัติทะเบียนตำรับยาในประเทศ ปัจจุบันไม่มีการใช้ในสถานบริการของรัฐบาล ข้อแนะนำ คือ 1.ยาจิตเวชไม่ใช่ยาอันตรายแต่เป็นยาที่ออกฤทธิ์ทางจิตประสาท การใช้ควรอยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์ และผู้รับประทานยาต้องระมัดระวัง เก็บให้พ้นมือผู้อื่น โดยเฉพาะเด็ก และเก็บในที่ปลอดภัย 2.ไม่ควรนำยาทางจิตเวชให้กับคนอื่นๆ รับประทานเอง โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ เนื่องจากร่างกายและการตอบสนองของยาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน 3.พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรสอนเด็กว่าไม่ควรนำยาไปเล่น หรือให้ผู้อื่นรับประทาน เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้

 “ยาบางประเภทเป็นยาอันตราย หากไม่มีการรับรองการใช้ในประเทศ เช่น อีริมินไฟว์ (Erimin 5) จึงควรศึกษาหาความรู้ของยาที่ตนเองได้รับเสมอ โดยสอบถามข้อมูลจากแพทย์ที่รักษา และไม่ควรซื้อยารับประทานเองจากแหล่งอื่นๆ” รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว