เครือข่ายผู้ป่วยรอหนังสือยืนยัน หลังมีข้อตกลงให้ รพ.สธ.ทำหน้าที่ขึ้นทะเบียนบัตรทองต่อไป

Mon, 2015-02-09 08:25 -- hfocus
Print this pagePrint this page

เครือข่ายผู้ป่วย รอหนังสือยืนยัน หลังมีข้อสรุปให้ รพ.สังกัดสธ.ทำหน้าที่ขึ้นทะเบียนบัตรทองต่อ “ปธ.เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี” ชี้กรณียกเลิกหน่วยบริการทำหน้าที่ขึ้นทะเบียนบัตรทอง สธ.-สปสช.ควรหารือระดับนโยบาย ก่อนออกคำสั่งส่งผลกระทบต่อประชาชน แถมทำให้ผู้ปฎิบัตงานพื้นที่สับสน พร้อมระบุกรณีเปรียบเทียบ สปส.ทำหน้าที่ขึ้นทะเบียนผู้มีสิทธิเอง เปรียบเทียบระบบบัตรทองไม่ได้ เหตุบริบทต่างกัน ด้าน “ปธ.ชมรมเพื่อนโรคไต” อยากให้ สธ.-สปสช.ร่วมมือทำงานมากกว่าขัดแย้ง ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย

นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาการขึ้นทะเบียนผู้มีสิทธิระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นเรื่องระดับนโยบายที่ต้องคุยกันให้ชัดเจนก่อนที่กระทรวงสาธารณสุขจะมีหนังสือคำสั่งลงไปยังหน่วยบริการ ซึ่งทำให้ระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติเกิดความสับสน แม้กระทั่งพวกเราที่ทำงานในพื้นที่ ในชุมชนก็สับสน เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร จะไปขึ้นทะเบียนสิทธิที่ไหน ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชนแน่นอน เนื่องจากโรงพยาบาลถือเป็นหน่วยบริการที่ใกล้ที่สุดสำหรับประชาชน และสะดวกต่อการเข้าถึงของผู้ป่วย การยกเลิกจึงทำให้เกิดปัญหาการเข้าถึงการรักษาได้ ดังนั้นจึงไม่เป็นด้วย

ส่วนกรณีที่มีการนำระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไปเปรียบเทียบกับระบบประกันสังคม ที่ทางสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ทำหน้าที่ขึ้นทะเบียนผู้มีสิทธิ์เองนั้น นายอภิวัฒน์ กล่าวว่า เป็นคนละบทบาทกัน จะนำมาอ้างไม่ได้ เพราะระบบประกันสังคมที่จัดตั้งขึ้นมีการผูกโยงกับนายจ้าง ไม่แต่เฉพาะผู้มีสิทธิกับภาครัฐเท่านั้น ซึ่งนายจ้างจะทำหน้าที่ในการรวบรวมแรงงานในการขึ้นทะเบียน ดังนั้นจึงเห็นว่าระบบกลไกนั้นแตกต่างกัน ขณะที่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าประชาชนเป็นเจ้าของสิทธิเอง ดังนั้นจึงต้องมีการอำนวยความสะดวกให้ง่ายต่อการใช้สิทธิกมากที่สุด นอกจากนี้เท่าที่ทราบขณะนี้ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ยังไม่ได้เตรียมหน่วยเพื่อขึ้นทะเบียน จึงอาจะเป็นปัญหา

“ผมมองว่าเรื่องนี้ก่อนที่จะดำเนินการใดๆ จะต้องมีการพูดคุยกันในระดับนโยบายที่ชัดเจนก่อน และเห็นว่าทั้ง สธ. และ สปสช.ต่างเป็นหน่วยงานรัฐ มีหน้าที่ดำเนินนโยบายเพื่อดูแลสุขภาพประชาชน และทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาอย่างทั่วถึง ซึ่งเมื่อหน่วยงานรัฐทั้ง 2 แห่งมีปัญหา ไม่เข้าใจกันในระดับนโยบายก็ควรพูดคุยกันในระดับนโยบาย ไม่ใช่ทำให้ระบบปั่นป่วนแบบนี้ ดังนั้นก่อนที่หนังสือจะมีผลในวันที่ 30 เมษายน จะต้องทำให้เกิดความชัดเจนก่อน ซึ่งตอนนี้ก็ทราบว่า รมว.สธ.ได้ดำเนินการแล้ว และเป็นเรื่องที่ดีที่ รพ.สังกัดสธ.ยังทำหน้าที่นี้ต่อ วันนี้ก็ต้องรอดูว่าการประชุมบอร์ดสปสช.จะมีมติเรื่องนี้หรือไม่ และหนังสืออย่างเป็นทางการจะออกมาเมื่อไหร่ เพื่อให้ รพ.มีความชัดเจน และประชาชนได้รับทราบต่อไป” ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ฯ กล่าว

ด้าน นายธนพล ดอกแก้ว ประธานชมรมเพื่อโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยกเลิกหน่วยบริการขึ้นทะเบียนสิทธิระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีผลกระทบต่อผู้ป่วยแน่นอน และเห็นว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่ควรเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะการให้หน่วยบริการเป็นที่รับขึ้นทะเบียนเป็นระบบที่ดีอยู่แล้ว เพราะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย อย่างไรก็ตามในฐานะประชาชนอยากให้ สธ.และ สปสช.ร่วมกันพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพมากกว่าแทนที่จะขัดแย้งกัน