สธ.เสนอ ครม. ดัน“สถาบันพระบรมราชชนก”เป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทาง

Tue, 2015-02-17 16:09 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กระทรวงสาธารณสุข ผลักดันสถาบันพระบรมราชชนก เป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางในกำกับกระทรวงสาธารณสุข เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานผลิตพยาบาล นักการสาธารณสุข และสหวิชาชีพ ป้อนสถานพยาบาลในสังกัดกว่า 10,000 แห่ง แก้ไขปัญหาขาดแคลนอย่างคล่องตัว

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2558) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมผู้ทรงคุณวุฒิจากกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อชี้แจงข้อคิดเห็นของหน่วยงานดังกล่าวต่อร่างพระราชบัญญัติสถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. ... เพื่อปรับสถานะสถาบันพระบรมราชชนกขึ้นเป็นสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ว่า ผู้ทรงคุณวุฒิส่วนใหญ่เห็นความสำคัญในการปรับสถานะสถาบันพระบรมราชชนก ให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทาง และเป็นสถาบันเทียบเท่ามหาวิทยาลัยที่อยู่ในกำกับของรัฐบาล โดยเป็นองค์กรในกำกับของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการในการผลิตกำลังคน โดยเฉพาะวิชาชีพพยาบาล สาธารณสุข และสหวิชาชีพระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ซึ่งสถาบันพระบรมราชชนกเป็นสถาบันหลักในการผลิตบุคลากรกลุ่มนี้ ให้แก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ตามความต้องการและความขาดแคลนที่เป็นปัญหาเรื้อรังและมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

ทั้งนื้ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีทั้งหมด 8 หมวด และบทเฉพาะกาล รวม 80 มาตรา ที่ประชุม ได้ให้ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. อาทิ ความชัดเจนในผลิตบุคลากรของสถาบันฯ เพื่อไปรับใช้ประชาชนในพื้นที่ สถานะขององค์กรที่เป็นหน่วยงานในกำกับกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลโดยตรงและแผนการผลิตและงบประมาณในอนาคต 10 ปี นอกจากนี้ ยังได้เสนอองค์ประกอบของคณะผู้บริหารสภาสถาบัน ในระยะแรกให้มีบทเฉพาะกาลให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นนายกสภาฯ ไปก่อน เพื่อให้การดำเนินงานมีความมั่นคงระหว่างกระบวนการสรรหา เป็นต้น ได้มอบหมายให้สถาบันพระบรมราชชนกหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อปรับปรุงรายละเอียดในบางมาตราตามที่ได้รับคำแนะนำ และส่งกลับให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องพิจารณา ก่อนเสนอเข้าครม.เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป การผลักดันร่าง พ.รบ. ฉบับนี้ มีความจำเป็นมากเนื่องจากทำหน้าที่ผลิตบุคลากรประมาณร้อยละ 35 ของการผลิตทั้งประเทศ เพื่อให้เพียงต่อการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ทั้งปัจจุบันที่ยังขาดแคลนอยู่มาก และอนาคต เช่นการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน สังคมผู้สูงอายุ

ด้าน นพ.อภิชาติ รอดสม ผู้อำนวยการสถาบันพระบรมราชชนก กล่าวว่า สถาบันพระบรมราชชนก มีสถานศึกษาคือ วิทยาลัยพยาบาล วิทยาลัยการสาธารณสุข วิทยาลัยแพทย์แผนไทย รวม 39 แห่ง มีภารกิจหลักในการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพมากว่า 60 ปี เพื่อออกไปปฏิบัติงานในสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขรวมกว่า 200,000 คน ปัจจุบันมีแผนการผลิตบุคลากรสาขาพยาบาล สาธารณสุข สหเวชศาสตร์ ใน 9 หลักสูตร ตามความต้องการของกระทรวงสาธารณสุข เป็นระดับปริญญาตรี 5 หลักสูตร และระดับประกาศนียบัตร 4 หลักสูตร จำนวน 5,740 คนต่อปี โดยฝึกภาคปฏิบัติที่โรงพยาบาลในสังกัดฯ และกลับไปทำงานในพื้นที่

นพ.อภิชาติกล่าวต่อว่า เมื่อสถาบันพระบรมราชชนกเป็นสถานศึกษาเฉพาะทางระดับปริญญา โดยเป็นหน่วยงานของรัฐในกำกับกระทรวงสาธารณสุข จะมีฐานะเป็นนิติบุคคล บริหารภายใต้สภาสถานศึกษา จะช่วยให้มีความคล่องตัว สามารถรักษาคณาจารย์ที่มีคุณภาพให้อยู่ในระบบ เพื่อให้ความรู้แก่นักศึกษาตามแผนการผลิตที่วางไว้ และประสาทปริญญาแก่บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาได้