‘สรรเสริญ’ ยก ‘นพ.ณรงค์’ สุภาพบุรุษ ขอย้ายตัวเองลดขัดแย้ง เชื่อสังคมเข้าใจ

Thu, 2015-03-12 14:23 -- hfocus
Print this pagePrint this page

"สรรเสริญ" ยก "นพ.ณรงค์" สุภาพบุรุษ ขอย้ายตัวเองลดความขัดแย้ง ชี้ทำตามที่ได้รับปากกับนายกฯ และรองนายกฯ ทั้ง 2 คือ พล.อ.ประวิตร และ ยงยุทธ เผยในข้อเท็จจริง ทั้ง นพ.รัชตะ และ นพ.ณรงค์ เป็นคนดีทั้งคู่ แต่แนวคิดการทำงานไม่ลงตัว ทำให้การขับเคลื่อนงานรัฐบาลซึ่งมีเวลาไม่นาน ไม่เดินหน้า เชื่อหลังแจงสาธารณชนจะเข้าใจ ปัญหายุติได้ วอนกลุ่มต้านเข้าใจสถานการณ์ บอก "นายกฯ" เป็นห่วงความขัดแย้ง

12 มี.ค.58 เว็บไซต์สยามรัฐ รายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กรณีการโยกย้าย นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ว่า ในข้อเท็จจริงทั้ง นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนพ.ณรงค์เป็นคนดีทั้งคู่ เพียงแต่แนวคิดในการทำงานยังไม่ลงตัว ทำให้การขับเคลื่อนงานของรัฐบาลซึ่งมีเวลาไม่นาน ทำภารกิจได้ไม่เต็มที่และไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่ยืนยันได้ว่าทั้งสองคนเป็นคนดี อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้นโยบายไว้ว่าให้ไปหาจุดลงตัวให้ได้โดยการไปพูดคุย ปรับวิธีการทำงาน ซึ่งก็ใช้เวลานานพอสมควรประมาณ 7 เดือนก็ยังหาจุดลงตัวไม่ได้และ นพ.ณรงค์ก็ได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษโดยพูดไว้กับ นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมทั้งพูดกับนายกฯ ด้วยตนเองว่า ยินดีถ้าเห็นว่าการทำงานยังไม่สามารถหาจุดลงตัวได้ ก็ขอให้โยกตัวท่านเองออกมาจากจุดความขัดแย้ง จะได้สามารถดำเนินงานต่อไปได้ ถือว่ามีความเป็นสุภาพบุรุษ อีกทั้งปลัดกสธ.ก็เข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองและเข้าใจบทบาท ภารกิจหน้าที่ของรัฐบาลเป็นอย่างดี วันนี้ต้องขอบคุณ นพ.ณรงค์ที่ทำให้ปัญหาต่างๆ คลี่คลาย

"การที่นพ.ณรงค์มาอยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี นายกฯ ได้มีการมอบหมายภารกิจที่ชัดเจนแล้ว โดยวันเดียวกันนี้ นพ.ณรงค์จะเข้ามารายงานตัว อีกทั้งสิทธิต่างๆ ที่เคยมีอยู่ในตำแหน่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็ยังคงได้เช่นเดิม จึงถามว่าเรื่องนี้น่าจะจบบนพื้นฐานการเป็นสุภาพบุรุษที่มีความเข้าใจสถานการณ์ต่างๆและได้ปวารณาตัวเอง" พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวกดดันจากกลุ่มแพทย์ต่างๆ เพื่อให้มีการปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแทน พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า คงไม่ใช่เป็นแรงกด คิดว่าเมื่อมีข่าวการดึง นพ.ณรงค์มาอยู่ที่สำนักนายกฯ จึงเป็นปกติที่จะมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เมื่อได้มีการชี้แจงแล้วว่า นพ.ณรงค์เป็นผู้ปวารณาตัวเอง เชื่อว่าจะสามารถทำความเข้าใจกับกลุ่มคนที่มีความคิดเดียวกันได้ และสามารถเดินหน้าการทำงานต่อไปได้โดยไม่สะดุด และปกติหลักการบริหารราชการหากผู้บังคับบัญชายังหาจุดลงตัวกันไม่ได้ในการปฏิบัติงานก็ต้องยึดที่ตัวผู้บัญชาเป็นหลัก นั่นคือตัวรัฐมนตรี และการที่นพ.ณรงค์ออกมาจากพื้นที่คณะกรรมการตรวจสอบก็จะได้เข้าไปทำงาน ถือเป็นเรื่องที่ดีที่คณะกรรมการจะได้ทำงานอย่างเต็มที่ และตัว นพ.ณรงค์เองก็จะได้ไม่ถูกครหา ส่วนที่ทีมที่ปรึกษาของ นพ.รัชตะบางคนลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าวนั้นก็ไม่เป็นไร ถือเป็นแนวความคิดของแต่และคน แต่หลักการคือต้องรับนโยบายของรัฐบาลเพื่อไปขับเคลื่อนงานต่อไปได้ ทุกอย่างน่าจะจบ อีกทั้งรัฐบาลก็ไม่ได้ตั้งคนนอกเข้าไป แต่มอบหมายให้รองปลัดฯ ไปปฏิบัติหน้าที่แทน และเท่าที่ฟังนพ.ณรงค์เองก็ให้กำลังใจการทำงานของรัฐบาลจึงเชื่อว่ากระแสกดดันต่างๆ น่าจะหมดไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในกระทรวงสาธารณสุขจะกระทบต่อการบริหารจัดการภายในกระทรวงหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้อาจจะมีสถานการณ์บ้าง แต่ถึงวันนี้เมื่อมีความชัดเจนจาก นพ.ณรงค์แล้วสิ่งต่างๆ ก็น่าจะคลี่คลาย และไม่ใช่นายกฯ คนเดียวที่มั่นใจว่าปัญหาทุกอย่างจะคลี่คลาย แต่เมื่อทุกคนได้ฟังคำชี้แจงของ นพ.ณรงค์ก็เกิดความมั่นใจร่วมกัน และไม่ได้หมายความว่า นพ.ณรงค์มีความผิด ไม่คิดว่าจะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่จะทำให้เกิดปัญหาเพราะถ้าคิดว่านพ.ณรงค์เองก็เป็นหัวหอกในการเคลื่อนไหวประเทศก็คงเดินต่อไม่ได้ เราต้องเข้าใจสถานการณ์บ้านเมือง เสียสละจึงขอวิงวอนไปยังกลุ่มที่สนับสนุน นพ.ณรงค์ให้เข้าใจสถานการณ ทุกอย่างก็จะเดินหน้าไปได้