ครอบครัวยุคใหม่เปราะบาง รอบ 10 ปี จดทะเบียนหย่าเพิ่มขึ้นกว่า 23 %

Wed, 2015-04-15 06:18 -- hfocus
Print this pagePrint this page

จิตแพทย์เผยความสัมพันธ์ชีวิตคู่ครอบครัวคนไทยมีแนวโน้มเปราะบาง รอบ 10 ปี ยอดการจดทะเบียนหย่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 ในปี 2557 มีจำนวนคู่หย่า 111,810 คู่ สาเหตุมาจากพื้นฐาน 2 ฝ่าย อดทนน้อยลง ทั้งกดดันจากความเครียดการงาน ค่านิยมใหม่พึ่งลำแข้งตัวเอง แนะวิธีสร้างกาวใจ คงรสข้าวใหม่ปลามัน เสมอต้นเสมอปลาย ใช้คำพูด-การปฏิบัติที่เป็นกำลังใจกันและกัน อย่าพูดกันขณะอารมณ์ร้อน

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 14 เมษายน ทุกปีถือเป็นวันครอบครัว และช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ของไทย ครอบครัว ญาติพี่น้องได้มาอยู่รวมกัน ในปี 2557 ทั่วประเทศมีครัวเรือนประมาณ 22 ล้านคครัวเรือน อย่างไรก็ตามด้วยสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ทำให้สภาพครัวเรือนต่างจากอดีต ครอบครัวขยายที่มีพ่อแม่ลูก ปู่ย่า พี่น้องอยู่ร่วมกันลดลง จำนวนครอบครัวเดี่ยว อยู่กันเฉพาะพ่อ แม่ ลูก มากขึ้น ครอบครัวไทยยุคใหม่จึงเปราะบางกว่าอดีต และน่าเป็นห่วง ทำให้เกิดปัญหาการแยกทาง หย่าร้างสูงขึ้น จากข้อมูลกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ล่าสุดในปี 2557 รายงานข้อมูลมีคู่จดทะเบียนสมรสใหม่ทั่วประเทศ 296,258 คู่ และมีคู่สมรสเก่าจดทะเบียนหย่า 111,810 คู่ การจดทะเบียนหย่าเพิ่มสูงกว่าปี 2547 หรือ 10 ปีที่ผ่านมา ถึงร้อยละ 23 สาเหตุการหย่าร้างพื้นฐานมาจากทั้ง 2 ฝ่าย ถูกกดดันทั้งจากความเครียดจากงานและค่านิยมใหม่การพึ่งลำแข้งตัวเอง ความอดทนจึงน้อยลง จึงคิดว่าไม่จำเป็นต้องพึ่งชีวิตคู่

พญ.พรรณพิมล กว่าอีกว่า ภายหลังจากหย่าร้างกันของสามีภรรยา จะพบว่า การเลี้ยงดูลูกด้วยตนเองเพียงลำพัง หรือเรียกว่าพ่อเลี้ยงเดี่ยวหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวมีมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้บทบาทสามีภรรยายุติลงแล้ว แต่ยังต้องคงบทบาทความเป็นพ่อแม่ให้เข้มแข็งต่อไป ถึงแม้ปัจจุบันเด็กอาจจะเริ่มเข้าใจการไม่อยู่ร่วมกันของพ่อแม่ แต่เด็กก็หวังว่าจะได้รับการดูแลจากทั้งพ่อและแม่ เช่น ลูกอยู่กับใครเป็นหลัก ฝ่ายที่ดูแลลูกเป็นหลักควรเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายสามารถทำอะไรให้กับลูกบ้าง เช่น พบปะลูกโดยเสมอ มีกิจกรรมร่วมกันในโอกาสสำคัญ หรือให้วันสำคัญสำหรับลูก ซึ่งจะช่วยให้เด็กได้รับความอบอุ่น ไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง มีที่พึ่ง ที่ไว้ใจในการปรึกษาปัญหาต่างๆ ซึ่งจะส่งผลให้อนาคตของเด็กและสังคมในอนาคตด้วย ผลสำรวจล่าสุดในปี 2555 พบว่าคนไทยทั่วประเทศอายุ 15 ปีขึ้นไป มีคะแนนความสุขในชีวิต ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญคือความสุขในครอบครัว โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 7.17 คะแนน จากคะแนนเต็ม 9 คะแนน

พญ.พรรณพิมล กล่าวต่อไปว่า วิธีการสร้างกาวใจ ทำให้ครอบครัวน่าอยู่และมีความสุข เหมือนกับช่วงที่คนไทยเรียกกันติดปากว่าข้าวใหม่ปลามัน สามารถสร้างได้หลายวิธี อาทิ ทำงานบ้านร่วมกัน ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ทำสิ่งที่ผ่อนคลาย สนุกสนาน หรือกิจกรรมในโอกาสพิเศษของครอบครัวร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ เที่ยวงานประเพณี รดน้ำผู้สูงอายุ ที่สำคัญคือไม่หาความสุขที่สร้างปัญหาเพิ่มขึ้น เช่น ดื่มเหล้า เล่นการพนัน ควรใช้คำพูดที่ถนอมน้ำใจกัน พูดชื่นชมเมื่อทำสิ่งดีๆ ขอบคุณเมื่อได้รับเอื้อเฟื้อ ขอโทษเมื่อทำผิด ยิ้มแย้มให้กันอยู่เสมอ จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในครอบครัว หากทุกคนในครอบครัวได้รับการดูแลสุขภาพจิต ให้มีจิตใจที่ดี อยู่ร่วมกับคนอื่นได้ เมื่อมีปัญหาก็รู้จักวิธีปรับตัวปรับใจ ครอบครัวก็จะไม่มีปัญหา มีแต่ความสงบสุขมอบให้กัน

ทั้งนี้เมื่อมีความขัดแย้งกันในครอบครัว มีวิธีคลายร้อนให้เป็นเย็น อย่าพูดกันขณะอารมณ์ร้อนให้รอจังหวะให้อารมณ์สงบก่อนแล้วจึงค่อยพูดคุยกันผลัดกันแสดงความคิดเห็นเมื่อฝ่ายหนึ่งชี้แจงอีกฝ่ายควรรับฟังพยายามหาทางออกในการแก้ปัญหาที่ส่งผลเสียต่อทุกคนน้อยที่สุดหากปัญหาแก้ไขได้ยากควรหาคนที่ครอบครัวให้ความนับถือช่วยให้คำแนะนำหาทางออก  บางเรื่องที่อาจจะตกลงกันไม่ได้ควรใช้วิธีขอร้องกัน

อย่างไรก็ดีเทคนิคการครองเรือนมีข้อแนะนำที่พึงปฎิบัติให้ยึด 3 อย่าคือ 1.อย่าจ้องจับผิดควรมองส่วนที่ดีของคู่สมรส 2.อย่าคิดว่าตัวเองเก่งไม่มีเขาเราก็อยู่ได้ควรภาคภูมิใจในคุณความดีและคุณค่าของคู่สมรส 3.อย่าทำให้อีกฝ่ายหมดความอดทนควรคิดถึงจิตใจของเขาบ้างและเนื่องในวันครอบครัวซึ่งเป็นวันสำคัญอยากให้ครอบครัวใหม่และครอบครัวเดิมแสดงความรักความผูกพันเอาใจใส่ต่อกันเติมความสุขในพื้นที่ครอบครัวแม้สถานการณ์ทางสังคมจะเปลี่ยนไปมีความรุนแรงหรือกดดันมากขึ้นก็ตาม