เปิดโผ 2 ผู้ตรวจ สธ. ‘นพ.สุเทพ-นพ.วันชัย’ หลังยืดเยื้อมานาน

Tue, 2015-04-21 20:13 -- hfocus
Print this pagePrint this page

เปิดโผ 2 ผู้ตรวจ สธ. ‘นพ.สุเทพ และ นพ.วันชัย’ เตรียมเสนอ ครม.แต่งตั้ง หลังค้างเติ่งมานาน เผย นพ.สุเทพ ผู้ช่วยปลัด สธ. เป็นโผเดิม ในฐานะตัวแทนฝั่งผู้ช่วยปลัด ที่ทั้งฝ่าย รมต. และปลัด สธ.เห็นชอบร่วมกัน ขณะที่ นพ.วันชัย รองอธิบดีกรมวิทย์ ชิงดำ นพ.ศุภกิจ ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เป็นชนวนเหตุความเห็นไม่ลงรอยกัน ที่สุด นพ.วันชัยได้ขึ้นแทน พร้อมเสนอแต่งตั้งสาธารณสุขนิเทศก์อีก 3 ตำแหน่ง นพ.บุญชัย นพ.สสจ.พิจิตร นพ.ประวิ นพ.สสจ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นโผเดิมตามที่ปลัดเสนอ ส่วน นพ.อภิชาติ ผอ.สถาบันพระบรมราชชนก เข้าวินขึ้นเป็น สาธารณสุขนิเทศก์ แทน นพ.ไพศาล นพ.สสจ.เชียงใหม่ ที่ปลัดเคยวางตัวไว้

21 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ซึ่งว่างลง 2 ตำแหน่ง ติดปัญหาไม่สามารถแต่งตั้งได้ โดยมีรายงานว่า เป็นเพราะไม่สามารถตกลงกันได้ระหว่าง ทีม รมต.สธ. และปลัด สธ. นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ กระทั่งมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้ นพ.ณรงค์ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดมีรายงานว่า จะมีการนำเสนอรายชื่อผู้ตรวจราชการ 2 คน ให้ ครม.พิจารณาเร็วๆ นี้ คือ นพ.สุเทพ วัชรปิยานันท์ ผู้ช่วยปลัด สธ. และ นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการ

นพ.สุเทพ วัชรปิยานันท์ 

ทั้งนี้ ตำแหน่งผู้ตรวจราชการ 2 ตำแหน่งที่ว่างลง และยังค้างคาไม่สามารถแต่งตั้งได้นั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า เกิดจากการมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน ระหว่าง ทีม รมต.สธ. นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สธ. และ นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รมช.สธ. โดยขณะนั้น ปลัด สธ. เสนอชื่อ นพ.สุเทพ วัชรปิยานันท์ ผู้ช่วยปลัด สธ. ซึ่งจะเกษียณในปี 59 และ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการ ขณะที่ฝั่ง รมต.สธ. เห็นว่า ควรเสนอชื่อ นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่อาวุโสสูงสุดในฝั่งของรองอธิบดีขึ้นแทนจะเหมาะสมกว่า แต่ นพ.ณรงค์ได้คัดค้าน เนื่องจาก ตัวแทนของฝั่งรองอธิบดีนั้น ทีม รมต.สธ.ได้ผลักดัน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ซึ่งมีอาวุโสรองกว่า ขึ้นเป็นผู้ตรวจฯ ไปแล้ว ดังนั้น โควต้ารองอธิบดีจึงถูกใช้ไปแล้ว เหลือฝั่งผู้ทรงคุณวุฒิที่ยังไม่ได้รับการเสนอชื่อ จึงเสนอชื่อ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีอาวุโสสูงสุดขึ้นแทน

นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงษ์

อย่างไรก็ตาม อำนาจในการนำเสนอรายชื่อผู้ตรวจราชการนั้น เป็นของปลัด สธ. แต่เนื่องจากต้องมีการนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.เพื่อให้เห็นชอบการแต่งตั้ง จึงต้องผ่านความเห็นชอบของ รมต.ก่อน ซึ่งนี่เป็นหลักการสมดุลอำนาจของการแต่งตั้งข้าราชการ และในการเสนอรายชื่อแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงที่ผ่านมานั้น นพ.ณรงค์ได้ใช้หลักของการให้ระดับอาวุโสสูงสุดในแต่ละฝ่ายคือ ผู้ช่วยปลัด รองอธิบดี และผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ สธ.ใช้หลักการนี้ในการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง

แต่ความขัดแย้ง เริ่มจากการที่ทีม รมต.สธ. ต้องการดัน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ขึ้นเป็น รองปลัด แต่ถูกประชาคม สธ.คัดค้าน เนื่องจากมีอาวุโสรอง หากขึ้นถึงตำแหน่งรองปลัดเท่ากับเป็นแต่งตั้งที่ขัดหลักธรรมาภิบาล และถูกมองว่าเป็นเพราะมีความใกล้ชิดกับ รมช.สมศักดิ์ จึงถูกผลักดันให้ขึ้นตำแหน่งนี้ แต่ที่สุดหลังจากถูกประชาคมสธ.คัดค้าน ก็ถูกผลักดันมานั่งในตำแหน่งผู้ตรวจราชการแทน และจุดนี้เอง จึงมีหลายฝ่ายมองว่า เป็นปฐมบทแห่งความขัดแย้งระหว่าง 2 รมต.สธ. และปลัด สธ. ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ปลัด สธ.ออกมาเปิดใจภายหลังมีคำสั่งไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี

ซึ่งผลจากความเห็นที่ไม่ลงตัว จึงทำให้ตำแหน่งผู้ตรวจราชการยังคงค้างคาใน 2 เขต ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนใน สธ. และ นพ.ณรงค์ ใช้วิธีให้ผู้ตรวจราชการบางเขตดูแล 2 เขตแทน และทำให้ตำแหน่งอื่นๆ ในระดับรองลงมาไม่สามารถขยับขึ้นได้ รวมถึงตำแหน่งสาธารณสุขนิเทศก์ ที่ยังว่างอยู่ 3 ตำแหน่ง คือ ในเขต 1 เขต 3 และเขต 10 แต่ล่าสุดมีรายงานโผรายชื่อสาธารณสุขนิเทศก์ ดังนี้ เขต 1 นพ.อภิชาติ รอดสม ผอ.สถาบันพระบรมราชชนก, เขต 3 นพ.บุญชัย ธีระกาญจน์ นพ.สสจ.พิจิตร และ เขต 10 นพ.ประวิ อ่ำพันธุ์ นพ.สสจ.ศรีสะเกษ  โดยมีรายงานว่า ทั้งหมดเป็นโผเดิม ยกเว้น นพ.อภิชาติ รอดสม ผอ.สถาบันพระบรมราชชนก ที่ถือเป็นโผใหม่ แซงโผเดิม คือ นพ.ไพศาล ธัญญาวินิชกุล นพ.สสจ.เชียงใหม่ ที่เป็นรายชื่อเดิมที่ นพ.ณรงค์ วางไว้ให้ขึ้นเป็นสาธารณสุขนิเทศก์ 

Hfocus ปิดการแสดงความคิดเห็นท้ายข่าว/บทความ

สำนักข่าว Hfocus มีความจำเป็นต้องปิดการแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาที่นำเสนอ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อความที่ไม่เหมาะสมในช่องแสดงความคิดเห็นดังกล่าว อาทิ การโฆษณาขายสินค้าที่สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ด้วยความเข้าใจผิด หรือเพื่อเป็นการกลั่นแกล้ง แม้จะลบข้อความดังกล่าวออกไปจากระบบเว็บไซต์ของสำนักข่าว Hfocus แล้ว แต่ก็ยังมีข้อความบางส่วนปรากฎอยู่ในฐานข้อมูลของ Google โดยต้องแจ้งให้ Google เป็นผู้ดำเนินการลบข้อความดังกล่าว

คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม