สธ.จัดระบบคัดแยกป่วยฉุกเฉิน ให้ ‘ER’ รับเฉพาะผู้ป่วยวิกฤตจริงๆ

Sun, 2015-05-24 19:27 -- hfocus
Print this pagePrint this page

สธ.พัฒนาคุณภาพห้องฉุกเฉิน รองรับโครงการเจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ฟรีทุกสิทธิ์ ให้โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ จัดระบบคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินให้ชัดเจน เพื่อให้ห้องฉุกเฉินให้บริการเฉพาะผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินจริงๆ พร้อมจัดแพทย์ประจำดูแลรักษาผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินทุกคนตลอด 24 ชั่วโมง และจัดระบบรักษาความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่

นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง เร่งพัฒนาคุณภาพบริการห้องฉุกเฉินหรืออีอาร์ รองรับโครงการเจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ฟรีทุกสิทธิ์ สามารถให้การดูแลรักษาผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤตฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ลดอัตราการเสียชีวิต ความพิการให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกันให้เพิ่มความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตามปัญหาที่พบขณะนี้คือจำนวนผู้ป่วยที่มารับบริการที่ห้องฉุกเฉินมีจำนวนมาก ทั้งผู้ป่วยหนักในภาวะวิกฤตและผู้ป่วยฉุกเฉินทั่วไป ทำให้คิวรักษานาน ผู้ป่วยและญาติเกิดความไม่พึงพอใจ

นพ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ในการพัฒนาครั้งนี้ จะให้ความสำคัญกับการบริการ ณ จุดเกิดเหตุหรือการเรียกใช้บริการ 1669 ซึ่งเป็นบริการฉุกเฉินฟรีตลอด 24 ชั่วโมง และระบบบริการที่ห้องฉุกเฉินกำหนดให้โรงพยาบาลทุกแห่ง ต้องจัดระบบคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินให้ชัดเจน ให้มีแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินหรือแพทย์ที่สนใจด้านฉุกเฉินเป็นผู้บริหารศูนย์สั่งการ 1669 รวมทั้งจัดบริการนอกเวลาตามความเหมาะสมให้เพียงพอ เพื่อให้ห้องฉุกเฉินให้บริการเฉพาะผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินจริงๆ

สำหรับโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ให้จัดระบบให้มีแพทย์เฉพาะทางแต่ละสาขาเป็นแพทย์ที่ปรึกษากรณีจำเป็นตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมประเมินผู้ป่วยที่ห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว รวมทั้งจัดระบบทางด่วนสำหรับผู้ป่วยโรคเร่งด่วนที่ต้องรักษาอย่างรวดเร็ว อาทิ โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบ ติดเชื้อในกระแสเลือด หญิงมีครรภ์ ทารกแรกเกิด และผู้ป่วยที่มีบาดเจ็บอันตรายที่เส้นเลือด สำหรับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด พิจารณาเปิดบริการนอกเวลาตามความจำเป็น โดยให้คำนึงถึงภาระงานและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้วย ทั้งนี้ให้สำนักบริหารการสาธารณสุขติดตามผลคืบหน้าทุก 2 เดือน เพื่อปรับปรุงพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น