ส่งผลสอบปลัด สธ.ให้นายกฯ เคลียร์ขัดแย้ง “รัชตะ-ณรงค์”

Wed, 2015-06-17 12:14 -- hfocus
Print this pagePrint this page

นสพ.มติชน : 'ยงยุทธ' เผยผลสอบยัน 'นพ.รัชตะ-ณรงค์' ขัดแย้งกันจริง รายงานให้ 'ประยุทธ์' จัดการ ด้าน 'แพทย์ชนบท' ระบุการทำงาน สธ.ดีขึ้นแล้ว ไม่อยากกลับไปสู่บรรยากาศต่างคนต่างสั่ง     

นสพ.มติชน : กรณีที่ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประธานคณะกรรมการสอบสวนกรณีปรากฏข่าวว่าการปฏิบัติราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ของ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัด สธ. มีปัญหาเกี่ยวกับการสนองนโยบายด้านสาธารณสุขของรัฐบาล และ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการ สธ. ส่งผลการสอบสวนให้นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกฯแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน นายยงยุทธเปิดเผยว่า ได้พิจารณาและตรวจสอบรายงานที่ส่งมาให้แล้ว ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้คือ มีความขัดแย้งกันจริงในการทำงานระหว่าง นพ.รัชตะ กับ นพ.ณรงค์

นายยงยุทธกล่าวว่า ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยนายกฯ เพียงแต่รับเรื่องไปพิจารณา ไม่ได้มีดำริอะไรเป็นพิเศษ แต่ในฐานะที่ตนเป็นคนกลางระหว่างสองฝ่ายรู้สึกลำบากใจ แต่ถือเป็นหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจึงต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

"เราคงไม่บอกว่าใครผิดหรือถูกอะไร เพราะไม่มีความผิด แต่เรียกได้ว่าเป็นการทำงานที่สไตล์ของทั้งสองคนไม่ตรงกัน ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ที่นายกฯ จะเป็นผู้พิจารณาคนเดียวเท่านั้น ผมคงตัดสินใจอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ ส่วนการที่ นพ.ณรงค์จะได้กลับเข้ามาทำงานใน สธ.อีกครั้งหรือไม่นั้น ผมไม่ได้กำกับดูแลเรื่องนี้จึงตอบไม่ได้" นายยงยุทธกล่าว

ส่วนกรณีนายยงยุทธระบุการดำเนินการเรื่องนี้ ต้องรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) และคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการบริหารงบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มาพิจารณาประกอบด้วยนั้น

นพ.สุทัศน์ ศรีวิไล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย ในฐานะประธานประชาคมสาธารณสุข กล่าวว่า หลังผลสอบสวนดังกล่าวเสร็จแล้ว เพราะเหตุใดต้องนำผลการสอบสวนของคณะกรรมการอื่นๆ มาประกอบการพิจารณา เนื่องจากตอนตั้งคณะกรรมการชุดที่มีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ระบุชัดว่าสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี นพ.ณรงค์ไม่สนองนโยบายรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการ สธ. จนต้องถูกย้ายไปประจำสำนักนายกฯ แต่เมื่อคณะกรรมการชุดนี้สอบสวนแล้วเสร็จ ทุกอย่างก็ต้องตัดสินได้ตามผลสอบสวนว่า นพ.ณรงค์มีความผิดหรือไม่ ทำงานไม่สนองนโยบายจริงหรือไม่ อย่างไร แต่กลับจะรอผลการสอบสวนของคณะกรรมการชุดอื่นๆ อีก ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน

"ก่อนหน้านี้รองนายกฯ เป็นคนพูดเองว่าคนละส่วนกัน อย่าเอาเรื่อง สปสช.หรือปลัด สธ.มาโยงกัน ประชาคมสาธารณสุขจึงมองว่าไม่ควรนำกรณีการสอบสวนข้อเท็จจริงการบริหารงบ สปสช. รวมทั้ง ก.พ.ค.มาโยง พวกเราชาวประชาคมสาธารณสุขจึงอดคิดไม่ได้ว่าเป็นการยื้อหรือไม่ เพื่อรอจนปลัด สธ.เกษียณอายุราชการ ดังนั้นขอวิงวอนรองนายกฯ และผู้มีอำนาจในรัฐบาลขอความเป็นธรรมและเปิดเผยผลสอบของ นพ.ณรงค์ โดยไม่ต้องรอผลอื่นๆ มาประกอบ เพราะเรื่องนี้เป็นขวัญกำลังใจของคนสาธารณสุขทั้งประเทศ ท่านควรชี้ชัดไปเลยหากผิดจริงก็ว่ากันไป แต่หากไม่ผิดก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการคนหนึ่งที่กล้ายืนหยัด และเปิดเผยสิ่งที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง นั่นก็คือการบริหารจัดการงบของ สปสช." ประธานประชาคม สธ.กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากไม่มีการเปิดเผยผลการสอบข้อเท็จจริงจะเดินหน้าเรื่องนี้อย่างไร นพ.สุทัศน์กล่าวว่า ประชาคม สธ.จะหารือกันอีกครั้งว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไร แต่ขณะนี้ยังมีความหวังว่ารองนายกฯ จะให้ความเป็นธรรมและยึดถือหลักธรรมาภิบาล

พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ที่ปรึกษาสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการซื้อเวลา การสอบสวนข้อเท็จจริง นพ.ณรงค์เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการชุดปลัดกระทรวงพาณิชย์ ไม่จำเป็นต้องนำข้อมูลจากชุดอื่นมาประกอบ ผลสอบสวนออกมาอย่างไรก็ควรเปิดเผยต่อสาธารณะ การระบุว่าต้องนำข้อมูลอื่นๆ มาประกอบ เป็นคนละส่วน "ส่วนการสอบสวนข้อเท็จจริงการบริหารงบของ สปสช.นั้นชัดเจนอยู่แล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ก็ออกมาทำนองเดียวกันว่า สปสช.บริหารงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติผิดประเภทและขัดต่อ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ หรือแม้แต่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ก็ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และมีข่าวว่าเตรียมส่งเรื่องถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณา หากเป็นเช่นนั้นแสดงว่า สปสช.มีมูลความผิดแล้ว ขณะที่ปลัด สธ.ไม่มีความผิด เพราะ นพ.ณรงค์เป็นผู้ตั้งข้อสังเกตการบริหารงบของ สปสช. ดังนั้นควรพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับ นพ.ณรงค์ ไม่น่าจะมีขั้นตอนซับซ้อน" พญ.ประชุมพรกล่าว

ด้านนายปรเมษฐ์ จินา ประธานชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อดคิดไม่ได้ว่าเป็นการซื้อเวลา หากผลสอบเป็นอย่างไรก็ควรเปิดเผยออกมา ไม่ควรต้องรอผลสอบอื่นๆ ส่วนที่บอกว่าเป็นเรื่องของวิธีคิดที่แตกต่างกันระหว่างคนสองคน หากเป็นเช่นนั้นคนสองคนก็น่าจะพูดคุยกันและหาทางออกร่วมกันได้ ที่สำคัญเหตุผลนี้ไม่น่าจะถึงขั้นย้ายปลัด สธ. ทั้งนี้ จากสถานการณ์ลักษณะนี้ทำให้คิดว่าปลัด สธ.อาจไม่ได้กลับมาทำงานใน สธ.อีก ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับข้าราชการคนหนึ่งที่ทำงานด้านสาธารณสุขมาตลอด

ขณะที่ นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ กรรมการชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า สังคมประชาคมสาธารณสุขรู้ดีว่าปลัด สธ.ต้องอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการ สธ. แต่ที่ผ่านมาคนปฏิบัติงานสับสน เพราะรัฐมนตรีว่าการ สธ.สั่งอย่างหนึ่ง ปลัด สธ.สั่งอีกอย่างหนึ่ง ส่งผลกระทบ ต่อการทำงานจริง แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง บรรยากาศการทำงานก็ดีขึ้น

"ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วจะย้อนกลับไปสู่บรรยากาศเดิมๆ อีกทำไม ก่อนหน้านี้นายกฯ พูดเรื่องข้าราชการเกียร์ว่าง สั่งแล้วไม่ทำตาม ก็เป็นเรื่องที่เสียหายต่อรัฐบาล เพราะคนที่ต้องทำตามนโยบายของรัฐบาลก็คือข้าราชการ เรื่องนี้จึงชัดเจนในตัวเองว่า นพ.ณรงค์ทำตามนโยบายหรือไม่" นพ.อารักษ์กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 17 มิถุนายน 2558